ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ไม่คุ้มครองชื่อพันธุ์พืช
ช่องโหว่สำคัญในการปกป้องมรดกทางภูมิปัญญาและพันธุกรรมของไทย
จากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ซึ่งผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและได้ส่งให้วุฒิสภาพิจารณาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2545 ซึ่งหมายความว่าวุฒิสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน (ก่อนวันที่ 24 ตุลาคม 2545) ปรากฏว่ามีช่องโหว่สำคัญคือไม่ได้ให้การคุ้มครองชื่อของพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ ตัวอย่างเช่น ชื่อ ข้าวหอมมะลิ ไม่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายฉบับนี้ การบัญญัติกฎหมายเช่นนี้ขัดแย้งกับการเรียกร้องของประเทศไทยในองค์การค้าโลกที่ให้ขยายการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ให้ครอบคลุมสินค้าเกษตร
1. ในมาตรา 6 ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้วางหลักการเอาไว้ว่าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศที่จะได้รับความคุ้มครองต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศนั้นก่อน ในแง่นี้การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ใดๆของไทยในต่างประเทศ กฎหมายไทยก็จะต้องตราออกมารองรับก่อนเช่นเดียวกัน
2. ในมาตรา 5 (2) และ คำนิยาม ในมาตรา 3 ระบุว่า ชื่อของสายพันธุ์พืชหรือสัตว์ถือว่าเป็น "ชื่อสามัญ" ไม่สามารถขอขึ้นทะเบียนขอรับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้
เหตุผลของผู้ร่างและพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้ได้ตัดชื่อของสายพันธุ์พืชและสัตว์อาจเกิดขึ้นจาก
1) เข้าใจว่าชื่อของสายพันธุ์หรือสัตว์ไม่ใช่เป็นชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ "ชื่อทางภูมิศาสตร์"
2) เข้าใจว่าการให้การคุ้มครองชื่อของพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ในประเทศอาจทำให้เกษตรกรหรือผู้ผลิตรายอื่นๆได้รับผลกระทบ เช่น เมื่อมีการขอขึ้นทะเบียนชื่อพันธุ์ "ส้มโอทองดี" อาจทำให้เกษตรกรรายอื่นที่ใช้พันธุ์ส้มโอนั้นไม่สามารถขายผลผลิตภายใต้ชื่อนั้นๆได้
3. อย่างไรก็ตามตรา พ.ร.บ.ตามคำนิยามดังกล่าวทำให้ชื่อของพันธุ์พืชที่มีชื่อเสียงของไทย เช่น "จัสมินไรซ์", "หอมมะลิไรซ์", "ทุเรียนหมอนทอง" ฯลฯ ไม่รวมอยู่ในการให้การคุ้มครองตามกฎหมายไทย การที่เราไม่มีกฎหมายภายในที่ให้การรับรองชื่อเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยขาดความชอบธรรมที่จะเรียกร้องให้ประเทศอื่นให้การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของเรา ประเทศไทยได้พยายามต่อสู้โดยร่วมกับประเทศต่างๆ ผลักดันให้การเจรจาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่โดฮา และภายใต้การประชุมของ Council for TRIPs ขยายการให้การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จากไวน์และสุราไปสู่สินค้าเกษตรและอื่นๆ จึงเป็นการขัดแย้งกันเอง
การทำให้ชื่อของพืชเป็นชื่อที่ เกี่ยวข้องเชื่อมโยง (associate) กับแหล่งทางภูมิศาสตร์ และได้รับการคุ้มครองในฐานะเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ดังกรณีอินเดียอ้างว่าข้าวบัสมาตินั้นมีที่มาจากอินเดียเท่านั้น และคนไทยถือว่าข้าวหอมมะลิมีที่มาจากประเทศไทยเท่านั้น ทำให้เราสามารถใช้เรื่องนี้เป็นบรรทัดฐานสำหรับการต่อสู้ไม่ให้บริษัทค้าข้าวในอเมริกาและประเทศอื่นเอาพันธุ์ข้าวที่ปลูกในประเทศอื่นขายในนาม "ข้าวหอมมะลิ" ได้ หากภายในประเทศไม่ได้ให้การคุ้มครองชื่อพันธุ์พืชก็ป่วยการที่จะคัดค้านประเทศอื่น เช่น สหรัฐ ซึ่งถือว่า Jasmine Rice เป็น ชื่อทั่วไป (generic name)
การใช้ชื่อของพันธุ์พืชเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เช่นประเทศไทย
4. ชื่อของพันธุ์พืชนั้นควรนับเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ทั้งนี้เป็นเพราะคุณภาพของสินค้าเหล่านี้มีคุณภาพดีและมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ก็โดยวิธีการปลูก สภาพภูมิอากาศ สภาพของดิน ซึ่งมีลักษณะจำเพาะ แม้ว่าชื่อเหล่านั้นจะไม่ได้เป็น "ชื่อทางภูมิศาสตร์" โดยตรงก็ตามแต่กฎหมายระหว่างประเทศก็เปิดช่องให้รวมอยู่ด้วย ดังที่กฎหมายของอินเดียได้เขียนเอาไว้และทำให้ชื่อ "บัสมาติ" เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ด้วย ดังคำอธิบายเพิ่มเติมใน India's Geographical Indications of Goods Act, 1999 ใน Section 2 ว่าด้วยคำนิยามว่า " For purpose of this clause, any name which is not name of the country shall also be considered as the geographical indication if it relates to a specific geographical area and is used upon or in relation to particular goods originating from that country, region or locality, as the case may be."
5. ประเด็นความเป็นห่วงเกี่ยวกับการให้การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งกันภายใน หรือการแย่งชิงชื่อเสียงของพันธุ์พืชนั้นระหว่างผู้ผลิตภายในประเทศนั้น อาจป้องกันโดยการกำหนดให้ชื่อของพันธุ์พืชที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีโดยทั่วไปในประเทศแล้วนั้นให้กลายเป็นสมบัติของชุมชน หรือของรัฐ แล้วแต่กรณีได้ ดังตัวอย่างเช่น ในกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 บัญญัติให้พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป และพันธุ์พืชป่าดูแลโดยคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยก็ตราให้ ภูมิปัญญาที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายให้กลายเป็นภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของชาติ เป็นต้น
วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ
องค์กรความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาไทย (BIOTHAI)
16 ตุลาคม 2545
เอกสารเกี่ยวข้อง (doc) ร่าง พ.ร.บ.สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (ที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ ส่งต่อวุฒิสภา พิจารณา ใน 30 วัน)