(รายงาน "โจเบิร์ก" ฉบับที่ 3 ;28 ส.ค.45)

เผยโลกเก่าจะกอบโกยทรัพย์สินคืน หลังผลกระทบ 11 กันยา

(เนื่องในการประชุมสุดยอดว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน(WSSD) จากโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 26 ส.ค. - 4 ก.ย. 2545)

 

ในการสัมมนาของนักวิชาการด้านสังคมนิยม เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เปิดเผยตัวเลขมูลค่าทรัพย์สินของนักธุรกิจและคนร่ำรวยในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปที่ลดลงอย่างมาก หลังวิกฤตเศรษฐกิจในอเมริกาและเหตุการณ์ 11 กันยายน โดยทรัพย์สินดังกล่าวด้อยลงถึงกว่า ห้าล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นหนทางที่จะนำมาซึ่งการคืนมูลค่าเดิมของทรัพย์สินดังกล่าว ย่อมต้องเกิดจากการกอบโกยและขุดลอกจากประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งนี่สะท้อนคำกล่าวของ Keyne ที่เป็นหัวใจของทุนนิยมว่า “โลกใหม่(ประเทศกำลังพัฒนา)จำต้องแบกแอก แบก แบกเพื่อความเจริญงอกงามและสันติสุขของโลกเก่า(ประเทศพัฒนาแล้ว)”

และนี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการประชุมสุดยอดว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่กำลังดำเนินอยู่ ณ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ จึงอยู่แม้หลายประเด็นที่ภาคประชาสังคมทั่วโลกกำลังต่อสู้จะถือเป็นความก้าวหน้า เช่นการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน การลดการอุดหนุนต่อภาคพลังงานที่จะก่อนให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การพูดถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมต่อการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ไม่สามารถเจรจาต่อรองกันได้ เพราะผ่านความเห็นชอบจากการประชุมระดับเตรียมการไปเมื่อครั้งประชุมที่บาหลีแล้ว การพยายามใช้โครงการความร่วมมือเพื่อดึงภาคธุรกิจเอกชนเข้ามาเป็นตัวหลักในการพัฒนา กลับสะท้อนการถอยหลังลงคลองของการประชุมสุดยอดครั้งนี้

ในร่างแผนปฏิบัติการ เนื้อหาที่ตกลงไปได้แล้ว มีทั้งการแปรรูปน้ำและพลังงานโดยภาคเอกชน ในรูปของ Public Private Partnership การใช้กลไกการตลาดเพื่อจัดการทรัพยากร ใช่ทรัพยากรเพื่อสนับสนุนความเติบโตของภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการส่งออกและการแข่งขัน ซึ่งกลไกเหล่านี้ล้วนได้รับการพิสูจน์ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาว่า มีผลต่อการใช้ทรัพยากรจนเกินความสามารถของธรรมชาติที่จะรองรับได้ และยังมีผลต่อชุมชน ชีวิตผู้คนอย่างแสนสาหัส ไม่เพียงเท่านั้น ในการเจรจาหัวข้อการค้าและการเงิน ภาคประชาสังคมไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปร่วมฟังการเจรจาเลย เป็นการประชุมแบบปิดลับตลอดเวลา

ในกรอบการทำโครงการความร่วมมือซึ่งจะเป็นผลของการประชุมในแบบที่ 2 (Type II Partnership) เลขาธิการการประชุมกลับมอบหมายให้ UNDP ทำกรอบขึ้นมาสำหรับ 5 หัวข้อ น้ำ พลังงาน สุขภาพ การผลิตเพื่อการเกษตร และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยไม่มีการมีส่วนร่วมของภาคส่วนใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสำคัญทั้ง 9 กลุ่ม หรือแม้แต่ตัวแทนรัฐบาลประเทศต่างๆก็ไม่ได้ร่วมรับรู้

ความหวังที่จะให้การประชุมสุดยอดครั้งนี้ระงับยับยั้งกิจกรรมทำลายล้างต่างๆ เพื่อนำไปสู่สังคมที่ดีขึ้นดูจะริบหรี่ลงทุกขณะ

นักวิชาการและนักกิจกรรมจากทั่วโลกได้ร่วมกันทำบันทึกถึงผู้ร่วมเข้าประชุมสุดยอด (Joburg Memo) โดยเฉพาะตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ว่าวาระแห่งการประชุมสุดยอดครั้งนี้ คือ

  1. ต้องยอมรับว่าทรัพยากรโลกมีจำกัด สิ่งแวดล้อมจะต้องพูดไปพร้อมกับความเป็นธรรม
  2. ไม่จำเป็นต้องพูดถึงการขจัดความยากจน หรือแม้แต่บรรเทาความยากจน หากไม่เริ่มที่การกระจายความร่ำรวยเสียก่อน
  3. การจำแนกประเทศซีกโลกเหนือกับใต้ตามนิยามเดิมไม่ถูกต้อง เพราะอันที่จริงเราสามารถเห็นสังคมซีกโลกเหนือในประเทศซีกโลกใต้ ดังนั้นจึงความจำแนกคนยากจนกับคนร่ำรวยที่เป็นผู้บริโภคของโลก ดังนั้น ความเป็นธรรมจะเกิดขึ้น เมื่อลดการผลาญทรัพยากรของชนชั้นบริโภคทั้งในซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้
  4. ความยากจนไม่ได้หมายถึงการจนเงิน แต่เป็นเพราะจนอำนาจ ดังนั้น หนทางการขจัดความยากจนจะต้องรับรองสิทธิพื้นฐานของคนในการเข้าถึงและจัดการกับปัจจัยชีวิต ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับการแก้ปัญหาความยากจนโดยการส่งออก ซึ่งพบว่า การแก้ปัญหาความยากจนโดยการส่งออก ประโยชน์เพียงแค่นักลงทุน ผู้ผลิตสินค้าเกษตรขนาดใหญ่เท่านั้น

แต่ดูเหมือนว่าตัวแทนรัฐบาลที่กำลังร่วมเจรจาในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ น้อยรายเหลือเกินที่จะได้ยินเสียงเหล่านี้

กรรณิการ์ กิจติเวชกุล

ผู้ประสานงานคณะทำงานวาระประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน

28 สิงหาคม 2545

หมายเหตุเหล่านี้ สามารถติดตามข่าวการประชุม W$$D ได้จาก website

Sustainable Development Issues Network http://www.sdissues.net

Green Oscars Awarded http://www.earthsummit.biz

Eco http://www.earthjustice.org , http://www.anped.org

UNEP http://www.earthsummit2002.org