(รายงาน "โจเบิร์ก" ฉบับที่ 2;27 ส.ค.45)

สหประชาชาติ จำกัดสิทธิภาคประชาสังคม

(เนื่องในการประชุมสุดยอดว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน(WSSD) จากโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 26 ส.ค. - 4 ก.ย. 2545)

 

ความไม่พอใจ โกรธขึ้ง และไม่ไว้วางใจ กระจายไปทั่วเมืองโจฮันเนสเบิร์ก สถานที่จัดการประชุมสุดยอดว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (WSSD) เมื่อสหประชาชาติและรัฐบาลสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประกาศจำกัดสิทธิภาคประชาสังคม หรือที่เรียกว่า กลุ่มสำคัญ (Major Groups) เข้าร่วมประชุม

คำประกาศมีขึ้นในบ่ายวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคมว่า เนื่องด้วยข้อจำกัดของสถานที่ประชุม (Sandton Convention Certer – SCC) ดังนั้น กลุ่มสำคัญทั้ง 9 กลุ่ม จะสามารถเข้าสถานที่ประชุมได้ แค่เพียง 1,000 คนเท่านั้น เช่นเดียวกับสื่อมวลชนก็สามารถเข้าได้เพียง 1,000 คน ส่วนตัวแทนของรัฐบาลนั้น ไม่ถูกจำกัดจำนวน

คำสั่งดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่ภาคประชาสังคม เพราะถือว่าเป็นการจำกัดสิทธิ พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยว่าเป็นความจงใจของคณะผู้จัด เพราะการเสนอชื่อเข้าร่วมประชุม จะต้องมีการรับรองนานกว่าหนึ่งเดือน ตัวเลขและความจุของสถานที่ประชุมน่าจะเป็นที่รับรู้มานานแล้ว แต่ทำไมไม่มีการประกาศก่อนล่วงหน้า กลับโฆษณาว่าสามารถรองรับผู้ร่วมประชุมจากทั่วโลกในเวทีทางการได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 คน

ความโกลาหลได้เกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ผ่านมา ในที่สุดคณะผู้จัดโดยเฉพาะเลขาธิการการประชุมและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบของแอฟริกาใต้ต้องเปลี่ยนกฎระเบียบ มาเป็นการนับจำนวนผู้เข้าตึกประชุม เข้าครบ 6,000 คนเมื่อไหร่ จะปิดประตูทันทีสำหรับกลุ่มสำคัญและสื่อ ขณะที่ยังเปิดประตูกว้างตลอดเวลาสำหรับตัวแทนของรัฐบาล

แน่นอนว่า การเปลี่ยนแปลงกฎครั้งนี้ ยังไม่สามารถระงับความเดือดของสถานการณ์ได้ ภาคประชาสังคมหลายคนทยอยขึ้นแสดงความรู้สึกในการประชุมสรุปสถานการณ์ในเช้าวันนี้ (27/8)

อย่างไรก็ตาม ยังมีภาคประชาสังคมบางส่วนที่ไม่มีปากเสียงต่อการถูกเลือกปฏิบัติเช่นนี้ กระนั้นก็ตาม ขณะนี้เริ่มมีการรวมตัว เคลื่อนไหวที่จะแสดงความไม่พอใจและลบล้างคามชอบธรรมของการประชุม เพราะไม่เพียงการเลือกปฏิบัติต่อภาคประชาสังคมเท่านั้น แต่การเจรจาต่างๆในการประชุมสุดยอดว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ล้วนเป็นไปเพื่อดำรงกิจกรรมความไม่ยั่งยืนต่างๆ อาทิ การแปรรูปน้ำ พลังงาน อากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพ การแปรทรัพยากรเป็นสินค้า การหนุนเสริมความยิ่งใหญ่ขององค์กรการค้าโลก และองค์กรโลกบาลต่างๆ โดยไม่ใส่ใจที่จะวิพากษ์ถึงหายนะต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และชีวิตผู้คนที่องค์กรเหล่านี้สร้างขึ้น

ในการเจรจาต่อรองร่างแผนปฏิบัติการ (draft plan of implementation) กลุ่ม G77 และ จีน ไม่พอใจอย่างมาก ต่อวิธีการเจรจาที่ใช้ contact group คือ เลือกเพียงตัวแทนบางประเทศไปเจรจาอย่างลับๆแล้วมาให้ที่ประชุมโดยรวมรับรอง ทำให้ความหวังของเลขาธิการการประชุม Nitin Daesar ที่จะเห็นการเจรจาในร่างดังกล่าวจบลงภายในเวลา 18 นาฬิกาวันนี้เป็นไปไม่ได้ ล่าสุด กลุ่ม G77 ใช้วิธีไล่ที่จะประโยคทีละย่อหน้า โดยไม่สนใจความตกลงของ contact group

บรรยากาศนอกห้องประชุมทางการ นอกจากความคับคั่งของทหาร-ตำรวจ รอบเมืองที่เต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตรและเตรียมพร้อมรบอยู่เสมอ จนรู้สึกว่าน่าจะเป็นการประชุม WTO มากกว่าการประชุมว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความน่าสนใจอื่นๆ ก็ยังมีอยู่ มีกิจกรรมหลายกิจกรรมที่เชิญให้ผู้ได้รับผลกระทบจากโลกาภิวัตน์ของตลาดเสรีและทุนนิยมมาให้ข้อมูล

Oscar Olivera จากกลุ่มปกป้องน้ำและชีวิต ประเทศโบลิเวีย ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแปรรูปน้ำของรัฐบาล ภายใต้คำแนะนำของธนาคารโลก เมื่อปี 1999 ค่าน้ำขึ้นสูงหลายเท่าตัว ครอบครัวทั่วไปต้องจ่ายค่าน้ำด้วยเงิน 1 ใน 3 ของรายได้ของครอบครัว และเมื่อคนจนไม่มีปัญญาจ่ายค่าน้ำ ก็ถูกตัดน้ำในที่สุด ทำให้ในปี 2000 เกิดการรวมตัวกันของทุกภาคส่วนในโบลิเวีย ประชาชนกว่า 6 แสนคนเดินประท้วงเพื่อไล่บริษัทแบล็คเทลล์ของอเมริกาออกไป ในที่สุดรัฐบาลต้องถอนสัญญาที่มีกับบรรษัทข้ามชาติดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ล่าสุด แบล็คเทลล์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากประเทศโบลิเวีย เป็นเงินที่สามารถจ้างแพทย์ไปทำงานในชนบททั่วโบลิเวียได้ถึง 3000 คนทั้งปี และที่แย่กว่านั้นคือ ธนาคารโลกผู้ที่กดดันให้โบลิเวียแปรรูปน้ำจะเป็นอนุญาโตตุลาการในการพิจารณาเรื่องนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม Oscar กล่าวว่า นี่ไม่ใช่ความน่ากลัว ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือจิตใจของเราเอง หากเราสามารถขจัดความกลัวออกไปได้ เราก็จะสามารถรวมตัวกันต่อต้านเหล่าบรรษัทข้ามชาติและองค์กรโลกบาลที่เข้ามาขุดลอกทรัพยากร ทำลายชวิตของผู้คนในสังคมเราได้

Percy Schmeiser เกษตรกรจากประเทศแคนาดา ที่ถูกบริษัทมอนซานโต้ฟ้องร้อง ริบผลิตผลทางการเกษตรทั้งหมด ทั้งที่เขาไม่ได้ปลูกพืชจีเอ็มโอของมอนซานโต้ แต่เพราะว่าพืชมอนซานโต้ที่อยู่ฟาร์มข้างเคียงปลิวมาตกที่ฟาร์มของเขาทำให้เกิดการปนเปื้อน มอนซานโต้จึงอ้างสิทธิดังกล่าว ในที่สุด Percy เกษตรกรผิวชาวชาวแคนาดาคนนี้แพ้คดีต่อมอนซานโต้ เขาร้องไห้ขณะที่เล่าเรื่องราวให้ทุกคนฟัง แม้เหตุการณ์จะผ่านมาหลายปี ทำให้เขาต้องลุกขึ้นสู้บรรษัทข้ามชาติและพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ข้อมูลที่น่าสะพึงกลัวก็คือ มอนซานโต้จะบังคับให้เกษตรกรที่ปลูกพืชจีเอ็มโอสละสิทธิในการเก็บเมล็ดพันธุ์ในการปลูกฤดูกาลต่อไป และจะต้องไม่พูดหรือเล่าเรื่องราวนี้ให้ใครฟัง และหากรู้ว่าเพื่อนบ้านคนใดมีพืชจีเอ็มโอโดยไม่มีใบอนุญาตให้แจ้งต่อบริษัทจะได้รับแจกเสื้อหนังหนึ่งตัวทันที นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรรายย่อยซีกโลกเหนือ บางเรื่องราวที่เราไม่เคยได้สัมผัส ว่าความไม่เท่าเทียม ความอยุติธรรมกระจายไปทั่วไม่ว่าซีกไหนของโลก ในเมื่อพวกที่รวยก็ต้องการกอบโกยให้รวยไปยิ่งๆขึ้น

กรรณิการ์ กิจติเวชกุล

ผู้ประสานงานคณะทำงานวาระประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน

27 สิงหาคม 2545

หมายเหตุ สามารถติดตามข่าวการประชุม W$$D ได้จาก website เหล่านี้

Sustainable Development Issues Network http://www.sdissues.net

Green Oscars Awarded http://www.earthsummit.biz

Eco http://www.earthjustice.org , http://www.anped.org

UNEP http://www.earthsummit2002.org