คำประกาศของภาคประชาชนไทยต่อการประชุมองค์การค้าโลก

 

เกษตรกรรม แรงงาน บริการ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “สินค้า”

หยุด ! อิทธิพลอียู อเมริกา… หยุด ! องค์การค้าโลก

จากความทุกข์ยากที่พวกเราเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน ประกอบด้วย เครือข่ายเกษตรกรรายย่อย เครือข่ายปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายแรงงาน เครือข่ายสลัม เครือข่ายผู้ติดเชื้อ HIV ได้ประสบมานับตั้งแต่ประเทศไทยเข้าร่วมผูกพันตามข้อตกลงภายใต้กฎกติกาขององค์การการค้าโลก เราพบว่าข้อตกลงการค้าเหล่านี้ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเครื่องมือของบรรษัทข้ามชาติในการกดขี่แรงงาน ขูดรีดคนยากจน และปล้นสดมภ์ทรัพยากรของไทย ในนามของ “การค้าเสรี”

การค้าเสรีสินค้าเกษตร ข้อตกลงการค้าด้านการเกษตร ส่งผลให้สินค้าเกษตรล้นเกินที่ผลิตโดยบรรษัทข้ามชาติในประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ทะลักเข้ามาทำลายตลาดและระบบการผลิตอาหารในสังคมไทย เกษตรกรยากจนในประเทศไทยซึ่งประสบปัญหาหนี้สิน ขาดแคลนที่ดินทำกิน ยังต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนทางการผลิต และไม่สามารถแข่งขัน จนกลายเป็นแรงงานรับจ้างและเลิกทำการผลิตไปในที่สุด

ข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญาว่าด้วยเรื่องยา ระบบสิทธิบัตรยาถูกพัฒนาขึ้นโดยบรรษัทข้ามชาติด้านยาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการผูกขาดยา กีดกันการเข้าถึงยาของคนจน ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ HIV กว่าล้านคน มีคนเสียชีวิตไปแล้วมากกว่าสามแสนคนด้วยเหตุผลที่ยาต้านไวรัสที่จะช่วยต่ออายุมีราคาแพงเกินไป

ข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญาว่าด้วยทรัพยากรชีวภาพ ระบบสิทธิบัตรสิ่งมีชีวิตที่ถูกผลักดันโดยบรรษัทค้าเมล็ดพันธุ์และสารเคมี คือเครื่องมือที่สำคัญของบรรษัทข้ามชาติในการแย่งชิงและผูกขาดทรัพยากรชีวภาพ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นพืชตัดต่อยีน (GMOs) และจดสิทธิบัตรครอบครองผลประโยชน์ทางการค้าแต่เพียงผู้เดียว

การค้าเสรีภาคบริการ อำนาจการกำหนดนโยบายด้านสวัสดิการสังคม กำลังถูกถ่ายโอนไปสู่มือของบรรษัทธุรกิจข้ามชาติที่ต้องการเข้ามาหาแสวงหากำไรจากการประกอบธุรกิจ และซื้อกิจการรัฐวิสาหกิจของไทย ภาคบริการที่กำลังจะถูกเปิดให้ต่างชาติเข้ามาดำเนินกิจการ คือ ภาคบริการด้านการศึกษา บริการด้านไฟฟ้า น้ำประปา บริการด้านสุขภาพ บริการด้านการขนส่ง บริการด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ คนยากจน ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ นักธุรกิจ รวมไปถึงคนไทยทุกคนคือผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงเนื่องจากจะต้องจ่ายค่าบริการพื้นฐานให้กับบรรษัทเอกชนในอัตราที่สูงขึ้น

การกดขี่ขูดรีดแรงงาน ในระบบการค้าเสรี แรงงานคือสินค้าที่ถูกใช้เพื่อให้เกิดผลกำไรสูงสุด กฎหมายและนโยบายเพื่อปกป้องคนงานไทยจึงถูกแก้ไขและแทรกแซง สร้างแรงกดดันและความเลวร้ายต่อสภาพการจ้างงาน และสภาพการทำงาน รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานไทย

การค้าเสรีในประเด็นใหม่ เสียงเรียกร้องของภาคประชาชนทั่วโลกคือการทบทวนนโยบายการเปิดเสรี แต่ประเทศยักษ์ใหญ่กลับเพิกเฉย มุ่งหน้าผลักดันการค้าเสรีในประเด็นใหม่อีก 4 ประเด็นคือ การลงทุน การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การแข่งขันทางการค้า และการอำนวยความสะดวกทางการค้า การเปิดเสรีในประเด็นใหม่จะทำให้ขอบเขตอำนาจการจัดการเศรษฐกิจโดยรัฐไทยและคนในสังคมไทยถูกลิดรอน และอาจจะหมายถึงการสูญเสียอำนาจอธิปไตยในทางเศรษฐกิจให้กับประเทศมหาอำนาจและทุนขนาดใหญ่ที่ต้องการเข้ามาลงทุนภายในประเทศ

ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา ในการเข้าร่วมประชุมของรัฐบาลไทยในเวทีเจรจาองค์การค้าโลก ที่จะมีขึ้นในวันที่ 10-14 กันยายนนี้ ที่ประเทศเม็กซิโก พวกเราเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนขอประกาศและเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. จุดยืนในการเจรจาของรัฐบาลไทยจะต้องเป็นไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของคนในชาติ รัฐบาลจะต้องไม่ยินยอมเจรจาในข้อตกลงใดๆ ทั้งในประเด็นเดิมและในประเด็นใหม่ที่จะส่งผลกระทบทางลบต่อเกษตรกร คนยากจน ผู้ใช้แรงงาน ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องไม่ใช้นโยบายการค้าชี้นำนโยบายอาหาร การเกษตร และสวัสดิการของคนในสังคม
  2. สินค้าเกษตรสำคัญต่อสถานภาพความมั่นคงทางอาหารในสังคม รัฐบาลต้องมีนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนในการปกป้องคุ้มครองสินค้าเกษตรภายในประเทศ รวมทั้งปกป้องคุ้มครองเกษตรกรรายย่อยที่กำลังได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีสินค้าเกษตร หากรัฐบาลไม่สามารถปกป้องคุ้มครองเกษตรกรได้ รัฐบาลควรจะต้องทบทวนและยุตินโยบายการเปิดเสรีสินค้าเกษตรของประเทศไทย
  3. ทรัพยากรชีวภาพและพันธุกรรมคือสิ่งที่มีค่ายิ่งต่อสังคม รัฐบาลจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการรับรองสิทธิของเกษตรกร ยกเลิกและปฏิเสธสิทธิบัตรสิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบ
  4. ในประเด็นข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญา รัฐบาลต้องยืนยันการใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิทันที เพื่อให้สามารถผลิตยาที่มีสิทธิบัตรในกรณีเกิดภาวะฉุกเฉินของประเทศ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประเทศที่ไม่มีขีดความสามารถผลิตยา สามารถขอให้ประเทศที่มีความสามารถ ผลิตยาเลียนแบบราคาถูกและส่งออกมาขายต่างประเทศได้
  5. รัฐบาลต้องแสดงเจตจำนงไม่ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญา ในรายละเอียดที่ว่าประเทศผู้นำเข้ายาที่มีสิทธิบัตรต้องพิสูจน์เหตุผลต่อคณะมนตรีทริปส์ และประเทศผู้ส่งออกยาต้องผลิตยาให้มีลักษณะแตกต่าง ทั้งสี สัญลักษณ์ และการบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากเป็นเงื่อนไขที่เพิ่มต้นทุนการผลิต และส่งผลให้ราคายาให้สูงขึ้น เป็นอุปสรรคต่อคนยากจน
  6. ภาคบริการและสาธารณูปโภคสำคัญต่อสวัสดิการของคนทุกกลุ่มในสังคมไทย รัฐบาลควรทบทวนและยุติการเปิดเสรีภาคบริการ ยุติการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและบริการสาธารณะ
  7. การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และการประชุมองค์การค้าโลกมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนจน ความมั่นคงในสังคม และกระทบกระเทือนต่ออธิปไตยทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รัฐบาลต้องนำข้อเสนอจุดยืนท่าทีการเจรจาการค้าของประเทศเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 224 วรรค 2
  8. รัฐบาลต้องมีนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนโปร่งใส สร้างกลไกและโครงสร้างเพื่อให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนา นโยบายการค้า การลงทุน และการเปิดเสรีด้านต่างๆ รวมทั้งให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบ ผลกระทบของการเปิดเสรีทางการค้าตามสิทธิอันพึงมีของประชาชนไทย

วันที่ 9 กันยายน 2546

เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายสลัม 4 ภาค สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เครือข่ายผู้บริโภค

เครือข่ายผู้ติดเชื้อ HIV สมัชชาคนจน สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

 


Open letter to

the United States government and the European Union

Agriculture, labour, services, are not simply “commodities”

EU and US: stop applying double standards and threatening developing countries

 

The 5th Ministerial Meeting of the World Trade Organisation which opens tomorrow (10 September 2003) in Cancun, Mexico, will be the most important for the world economy and international trade since the Uruguay Round of the GATT (General Agreement on Trade and Tariffs), with a significant impact on people in developing countries.

  1. The New Trade Agreement on Agriculture The draft text issued by the US and the EU on 13 August 2003 makes it clear that these two power blocks are still seeking to prise open markets by calling for further reductions in import tariffs, while maintaining their own high level of domestic subsidies. In effect, this means that the dumping of their produce in developing countries will continue. The US government’s direct (non price-related) payments to its farmers and the European Union’s subsidies under the Common Agricultural Policy (CAP) are both protected within the “Green Box” and are supposedly “non trade-distorting”. On the contrary, such subsidies clearly distort trade, and are eroding the agricultural systems of developing countries. For example, the small-scale farming sector eg those growing soya beans, corn, and producing dairy products, etc. are seeing a decline in their product prices; they cannot compete with highly subsidy imported produce . In the meantime, no tangible progress has been made on special and differential treatment proposals put forward by the developing countries groups. These proposals would constitute an important means for protecting agricultural trade vitally important to our national development and food security.
  2. Drugs licensing According to the Declaration on Trade Related Intellectual Property Rights (TRIPS) and Health adopted at the 4th Ministerial meeting at Doha, Quatar, member countries agreed to a system of “compulsory licensing” which allow member countries freedom to decide which conditions constitute an emergency situation or a very urgent case. The US was the only country who still insisted on drawing a line around the diseases to be governed by the agreement until the deadline of 2002 had long expired. Despite the fact that this issue has recently been withdrawn the US and the EU are still pushing for the following conditions to be applied :

The above conditions will create hardship by increasing the costs of production. Far from reducing the costs of drugs, it might pose even further obstacles, so that poor countries might still be prevented from gaining access to cheaper drugs, as before. In Thailand, in which over 1 million people are suffering from AIDS and HIV, over 300,000 people have died because they were not able to afford the expensive life-prolonging drugs.

  1. The most important issue in the Cancun negotiations will be the opening of negotiations on the new issues ie 1) Investment 2) Transparency in Government Procurement 3) Competition Policy and 4) Trade Facilitation. People throughout the world remain opposed to the policies of further liberalisation and are calling for the rolling back of existing harmful agreements. The majority of developing countries oppose the introduction of the new issues into the Cancun negotiations since they are not yet ready. They still experience a range of adverse impacts and losses arising from past liberalisation measures. However developed countries, led by the US and the EU, are lending all their weight to the support of the new issues. Liberalisation in the new sectors will curtail the power of the government and people of Thailand to manage their own economy. This would be tantamount to ceding our economic sovereignty to larger countries and influential investors.

Furthermore, negotiations on free trade in services are being strongly promoted by the US government and the EU, whereas the group of developing countries on the other hand, which are barely able to compete, have no interest in liberalising even further. If Thailand were to accept the further liberalisation of trade in services in various sectors which was committed to under the Uruguay Round (eg education services, electricity and water provision, health administration, transport services, tourism etc), the power to decide on social welfare policy will fall into the hands of profit-seeking transnational companies. Poor people, government officials, the state service sector, businessmen, in fact, all Thai people regard this as unacceptable.

It is clear that the US and EU have an important role in directing the approach to the negotiations and their outcome. However, the policies adopted by the two powers serve to benefit transnational food industry and distribution companies based in their countries, regardless of how many others throughout the world, including small-scale producers and farmers in their own countries, lose out. While the EU and US appear to provide concessions to the developing countries, they repeatedly fail to specify detailed time-bound commitments which would ensure any real benefit for those countries. The EU and US have the greatest influence in setting the rules and regulations which govern the world trading system, but they expect strict adherence on the part of others while failing to honour the agreements themselves. This is clearly unacceptable.

Therefore, we the network of peoples organisations in Thailand, including the Peasants’ network, People’s Land Reform Network, Alternative Agriculture Network, Labour Network, Slum Network and Network of People affected by HIV, join with the people’s movement throughout the world, calling on the US government, the EU, governments throughout the world, and the World Trade Organisation to:

  1. Cease negotiations to push forward a new round of trade liberalisation and halt discussions to bring ‘new issues’ into the WTO. This includes further discussions on such issues as investment, competition, government procurement, biotechnology, services, labour and environment.
  2. Undertake a thorough review of both the implementation and the environmental and social impact of existing trade rules and agreements (and the WTO’s role in this system) in relation to medicine, food, fisheries and agriculture.
  3. Initiate measures to remove food and agriculture from under the control of the WTO, through the dismantling of the AoA and through the removal or amendment of relevant clauses in the TRIPS, GATS. Replace these with a new Convention on Food Sovereignty and Trade in Food Agricultural and Fisheries.
  4. Eliminate all obstacles against compulsory licensing.
  5. Revise intellectual property rights policies so as to prohibit the patenting of living matters and any of their components and to limit patent protection in order to protect public health and public safety.
  6. Take drugs out off TRIPs
  7. Halt all negotiations on GATS, and dismantle the principle of progressive liberalisation in order to protect social services and the public interest.

 

9 September 2003

Alternative Agriculture Network, 4 Region Slum Network, Northern Peasants’ Federation, Thai Labour Solidarity Committee, State Enterprise Labour Union Federation, Consumers Network, Network of People affected by HIV, Assembly of the Poor, Thai Students’ Federation

 


จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป

เกษตรกรรม แรงงาน บริการ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “สินค้า”

สหภาพยุโรป และอเมริกา ต้องหยุดพฤติกรรมสองมาตรฐาน

หยุดคุกคามประเทศกำลังพัฒนา

การประชุมระดับรัฐมนตรีองค์การการค้าโลกครั้งที่ 5 ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้ (10 กันยายน 2546) ที่เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก กล่าวได้ว่ามีความสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความเป็นไปของประชาชนในประเทศกำลังพัฒนาเป็นอย่างมากนับตั้งแต่การประชุมแกตต์รอบอุรุกวัย (General Agreement on Trade and Tariffs, Uruguay Round) กล่าวคือ

  1. การเจรจาข้อตกลงการค้าด้านการเกษตรรอบใหม่ คำแถลงร่วมของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2546 เป็นที่ชัดเจนว่าทั้งสองประเทศยังคงมุ่งผลักดันการเปิดตลาดโดยลดอัตราภาษีนำเข้ามากขึ้น สร้างความชอบธรรมในการทุ่มตลาดประเทศกำลังพัฒนา ขณะเดียวกันก็ยืนหยัดปกป้องการอุดหนุนภายในประเทศ กรณีสหรัฐอเมริกาในลักษณะจ่ายตรงถึงมือเกษตรกร ไม่เกี่ยวโยงกับราคา (direct payment, non-price related) และ Common Agriculture Policy : CAP ของสหภาพยุโรป ภายใต้กล่องเขียว “การอุดหนุนที่ไม่บิดเบือนตลาด” (ลวงโลก) เหล่านี้นำไปสู่การทำลายระบบเกษตรกรรมของประเทศกำลังพัฒนา ตัวอย่างเกษตรกรรายย่อยในประเทศไทย เช่น เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลือง ข้าวโพด กระเทียม เลี้ยงโคนม ฯลฯ ประสบกับปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ จนล้มละลาย ตายจากไปจากระบบการผลิตเนื่องจากไม่สามารถต่อสู้กับสินค้าเกษตรที่ได้รับการอุดหนุนอย่างมหาศาลนับแสนล้านดอลล่าร์ได้ นอกจากนี้คำแถลงดังกล่าวยังเพิกเฉยต่อแนวทางปฏิบัติเป็นพิเศษและแตกต่าง (Special & Differential Treatment) ที่เสนอโดยกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา อันจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องการเกษตรที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และความมั่นคงทางอาหาร
  2. ประเด็นสิทธิบัตรยา ตามปฏิญญาความตกลงในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า (TRIPS) และสาธารณสุข ในการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 4 ณ เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ ประเทศสมาชิกได้รับการยืนยันในสิทธิในการออกมาตรการบังคับใช้สิทธิ (Compulsory licence) และมีอิสระในการกำหนด ground ในการออกมาตรการบังคับใช้สิทธิ นอกจากนี้ประเทศสมาชิกสามารถกำหนดว่า สถานการณ์ใดจัดเป็นภาวะฉุกเฉินของประเทศตน หรือเป็นกรณีเร่งด่วนเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาเป็นเพียงประเทศเดียวที่ยังยืนยันให้มีการกำหนดและจำกัดชื่อโรคในจนในที่สุด TRIPs Council ไม่สามารถทำรายละเอียดของ paragraph 6 ของ ปฎิญญาโดฮา เสร็จตามกำหนดเวลา คือ ภายในปี 2002 อย่างไรก็ตามแม้ว่าเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ประเทศสมาชิกทั้งหลาย รวมทั้งสหรัฐอเมริกาสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันว่า สมาชิกสามารถกำหนดภาวะเร่งด่วน หรือ ฉุกเฉินของตนเองได้ ไม่มีการจำกัดว่าเฉพาะโรคใด ไม่มีการจำกัดว่าดำเนินการได้เฉพาะประเทศใด ประเทศสมาชิกสามารถใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ และสามารถนำเข้าจากประเทศที่มีความสามารถในการผลิตยาได้ แต่ทางสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปยังยืนยันให้มีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

เงื่อนไขดังกล่าวจะสร้างความยุ่งยาก และเพิ่มต้นทุนการผลิต ซึ่งจะส่งผลให้ไม่ได้มีราคายาถูกลง จนอาจเป็นอุปสรรคว่าประเทศที่ยากจนก็ยังไม่อาจเข้าถึงยาราคาถูกได้อยู่นั่นเอง ในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ HIV กว่าล้านคน มีคนเสียชีวิตไปแล้วมากกว่าสามแสนคนด้วยเหตุผลที่ยาต้านไวรัสที่จะช่วยต่ออายุมีราคาแพงเกินไป

  1. ประเด็นที่สำคัญที่สุดในการเจรจาที่แคนคูนได้แก่ ประเด็นใหม่ (New Issues or Singapore Issues) ซึ่งประกอบด้วย 4 หัวข้อคือ 1) การลงทุน (Investment) 2) ความโปร่งใสในการจัดซื้อโดยรัฐ (Transparency in Government Procurement) 3) นโยบายการแข่งขัน (Competition Policy) และ 4) การอำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation) ขณะที่เสียงเรียกร้องของภาคประชาชนทั่วโลกคือการทบทวนนโยบายการเปิดเสรี และจนถึงขณะนี้ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่พยายามคัดค้านการนำประเด็นใหม่นี้เข้ามาในกระบวนการเจรจา เนื่องจากยังไม่มีความพร้อม และยังประสบกับผลกระทบด้านลบของการเปิดเสรีที่ผ่านมาอย่างมากมาย แต่ประเทศพัฒนาแล้วนำโดยสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปกลับสนับสนุนเรื่องประเด็นใหม่นี้อย่างเต็มที่ การเปิดเสรีในประเด็นใหม่จะทำให้ขอบเขตอำนาจการจัดการเศรษฐกิจโดยรัฐบาลไทยและคนในสังคมไทยจะถูกลิดรอน และอาจจะหมายถึงการสูญเสียอำนาจอธิปไตยในทางเศรษฐกิจให้กับประเทศมหาอำนาจและทุนขนาดใหญ่ที่ต้องการเข้ามาลงทุนภายในประเทศ

นอกเหนือจาก 3 ประเด็นดังกล่าว การเจรจาการเปิดเสรีค้าบริการ ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปผลักดันอย่างหนัก ขณะที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมีขีดความสามารถในการแข่งขันน้อยมาก ไม่ต้องการเจรจาเปิดเสรีมากไปกว่าเดิม หากประเทศไทยต้องยอมรับการเปิดเสรีค้าบริการมากขึ้นไปอีกในสาขาต่าง ๆ ที่ผูกพันไว้ตั้งแต่รอบอุรุกวัย อาทิ ด้านการศึกษา บริการด้านไฟฟ้า น้ำประปา บริการด้านสุขภาพ บริการด้านการขนส่ง บริการด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ ย่อมหมายถึงอำนาจการกำหนดนโยบายสวัสดิการสังคม กำลังถูกถ่ายโอนไปสู่มือของบรรษัทธุรกิจข้ามชาติที่ต้องการเข้ามาหาแสวงหากำไรจากการประกอบธุรกิจ และซื้อกิจการรัฐวิสาหกิจของไทย คนยากจน ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ นักธุรกิจ รวมไปถึงคนไทยทุกคนคือผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่จะต้องจ่ายค่าบริการพื้นฐานให้กับบรรษัทเอกชนในอัตราที่สูงขึ้น

เห็นได้ชัดเจนว่าสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปมีบทบาทและอิทธิพลอย่างสำคัญในการชี้นำกระบวนการและผลการเจรจาที่มุ่งรับใช้ผลประโยชน์ของบรรษัทข้ามชาติ หนำซ้ำกฎกติกาที่ถูกสร้างขึ้นก็เป็นเพียงข้อบังคับที่ใช้กับประเทศกำลังพัฒนาปฏิบัติตาม ขณะที่สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปกลับตีความบิดเบือน ไม่ปฏิบัติในสิ่งที่บังคับข่มขู่ให้ประเทศอื่น ๆ ยอมรับ การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ประชาชนไทย และทั่วโลกไม่อาจยอมรับได้

ดังนั้นพวกเราเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน ประกอบด้วย เครือข่ายเกษตรกรรายย่อย เครือข่ายปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายแรงงาน เครือข่ายสลัม เครือข่ายผู้ติดเชื้อ HIV ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป และร่วมยืนยันข้อเรียกร้องของขบวนการภาคประชาชนและภาคประชาสังคมทั่วโลกต่อรัฐบาลทั่วโลก และองค์การการค้าโลก ดังต่อไปนี้

  1. ยุติการผลักดันการเจรจารอบใหม่ และยุติการนำ “ประเด็นใหม่“ เข้ามาในองค์การการค้าโลก ทั้งนี้หมายรวมถึง การลงทุน การแข่งขัน การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาล เทคโนโลยีชีวภาพ บริการต่างๆ แรงงาน และสิ่งแวดล้อม
  2. ทบทวนการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อตกลงทางการค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร การประมงและการเกษตร (และบทบาทขององค์การการค้าโลกในระบบนี้) รวมถึงทบทวนผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
  3. ริเริ่มวิธีการที่จะนำเรื่องอาหารและเกษตรกรรมออกจากการควบคุมขององค์การการค้าโลก โดยรื้อถอนข้อตกลงว่าด้วยการเกษตร และยกเลิกหรือแก้ไขข้อความอื่นๆที่เกี่ยวข้องในข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญา ข้อตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการ โดยนำอนุสัญญาใหม่ว่าด้วยอธิปไตยทางอาหาร และการค้าด้านอาหาร การประมง และการเกษตรเข้ามาใช้แทนที่
  4. ยกเลิกเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคต่อการบังคับใช้สิทธิเพื่อผลิตหรือนำเข้ายาสิทธิบัตรที่จำเป็นต่อชีวิตของประชาชน
  5. ทบทวนนโยบายด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อห้ามการจดสิทธิบัตรในสิ่งมีชีวิตและองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบ
  6. นำเอาสิทธิบัตรยาออกจากข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญา
  7. ยุติการเจรจาการค้าบริการตามข้อตกลงภายใต้องค์การการค้าโลก และรื้อถอนหลักการ “การเปิดเสรีแบบก้าวหน้า” เพื่อปกป้องบริการทางสังคมต่างๆ และประโยชน์ของสาธารณะ

วันที่ 9 กันยายน 2546

เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายสลัม 4 ภาค สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เครือข่ายผู้บริโภค

เครือข่ายผู้ติดเชื้อ HIV สมัชชาคนจน สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย