แถลงการณ์
การหลีกเลี่ยงความรุนแรงกรณีความขัดแย้ง
โครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย

เนื่องด้วยขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติให้ตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ติดอาวุธสามกองร้อยจำนวนทั้งสิ ้นมากกว่า 400 นายเพื่อเข้าคุ้มครองการก่อสร้างโรงแยกก๊าซที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยมีการเคลื่อนกำลังเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ห่างเพียง 800
เมตรจากบริเวณลานหอยเสียบ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ประท้วงการก่อสร้างโครงการท่อก๊าซและโรงแยกก๊าซได้ร่วมชุมนุมอย่างสันติมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว

นับตั้งแต่ถูกสลายการชุมนุมอย่างทารุณเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2545 ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า
จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ชุดเต็มกำลังเพิ่มเติมลงในพื้นที่อีกในวันที่ 1 กรกฎาคม 2546 เพื่อคุ้มครองการเริ่มปฏิบัติการก่อสร้างโรงแยกก๊าซ ซึ่งอาจรวมถึงการเข้ากวาดล้างผู้ชุมนุมในบริเวณลายหอยเสียบด้วย ขณะเดียวกันที่ผ่านมาได้มีการส่งบุคคลภายนอกเข้ามายั่วยุ ก่อกวนที่ชุมนุม ไม่ว่าจะด้วยการถ่ายรูปหรือการบริภาษด้วยถ้อยคำต่าง ๆ


องค์กรและบุคคลที่ปรากฏชื่อในท้ายแถลงการณ์มีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เราขอเรียกร้องดังต่อไปนี้
1.ให้รัฐบาลและคณะที่ปรึกษาของรัฐบาลยุติการใช้นโยบายแข็งกร้าวเพื่อแก้ปัญหาความข ัดแย้งดังกล่าว โดยขอให้สั่งการให้ถอนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากบริเวณที่ก่อสร้างโรงงานแยกก๊าซและบริเวณใกล้จุดที่ผู้ชุมนุมรวมตัวกันอยู่ และขอให้รัฐบาลสั่งการให้เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นยุติการส่งเสริมให้มีการยั่วย ุและก่อกวน เพื่อหวังให้ผู้ชุมนุมเกิดความโกรธแค้นอันอาจจะเป็นเหตุให้นำไปสู่ความรุนแรงได้
2.ให้เคารพและปฏิบัติตามผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะกรรมมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ซึ่งชี้ตรงกันว่าเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเกินเหตุในการสลายผู้ชุมนุมเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาชุดดังกล่าวยังเสนอให้มีการสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวข้องและบัญชาการในสถานที่เกิดเหตุซึ่งรวมไปถึงผู้บังคับการตำรวจภูธร ภาค 9 ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ในโอกาสต่อไป
3.ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดให้มีเวทีเจรจาเพื่อให้ได้ข้อยุติในประเด็นที่สาธารณะเคลือบแคลงสงสัย เช่น ความจำเป็นด้านพลังงาน ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ความได้เปรียบ-เสียเปรียบของสัญญาที่เกี่ยวข้อง ผลประโยชน์ของต่างชาติจากโครงการนี้ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และอื่น ๆ โดยขอให้มีคณะกรรมการกลางที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายเข้ามารับผิดชอบ
เพื่อให้ทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการและกลุ่มผู้คัดค้านโครงการสามารถนำเสนอข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายได้อย่างชัดเจนและปราศจากความกลัว อันจะเป็นการนำไปสู่การแสวงหาทางออกอย่างสันติ
4.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการใช้กองกำลังเจ้าหน้าที่และทรัพยากรของรัฐบาลปกป้องผลประโยชน์ของธุรกิจเอกชนต่างชาติจากโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเปโตรนาส ของมาเลเซีย และบริษัท TTM ที่เป็นการร่วมทุนของบริษัทเปโตนาส และปตท. ด้วยการทำร้ายประชาชนคนไทยผู้เสียภาษีแก่รัฐ และพยายามต่อสู้เพื่อรักษาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและผืนแผ่นดินไทย

5. ขอให้สถาบันและองค์กรนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับโครงการสำรวจ ขุดเจาะ ผลิตและก่อสร้างท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซทั้งหมดหยุดการดำเนินการโครงการในระหว่างนี้ และวางตัวเป็นกลางในขณะที่การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายดำเนินต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น บรรษัทข้ามชาติที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีนี้มีอาทิ Amerada Hess Corporation และ บริษัท BP Amoco plc. ซึ่งมีบทบาทในการดำเนินการสำรวจ ขุดเจาะและผลิต ขณะที่ในส่วนของท่อก๊าซและโรงแยกก๊าซฯ บริษัท Petronas จากมาเลเซียในฐานะผู้ร่วมทุนในบริษัท Trans Thai Malaysia ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินการโครงการทั้งหมด, บริษัท Samsung จากเกาหลีไต้ที่รับงานก่อสร้างโรงแยกก๊าซ , บริษัท Nacap Nederland BV จากเนเธอร์แลนด์ รับงานท่อส่งก๊าซบนบน, บริษัท Saipen และบริษัท ILVA SpA จากอิตาลี รับงานวางท่อส่งก๊าซในทะเล และ บริษัท Technip จากฝรั่งเศส เป็นต้น


แถลงโดย
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
คณะทำงานปกป้องนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน
สมัชชาคนจน
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติธรรม (ศสธ.)
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)
กลุ่มศึกษาและรณรงค์มลภาวะอุตสาหกรรม
เครือข่ายสลัม 4 ภาค
กลุ่มเพื่อนประชาชน
กลุ่มศึกษาพลังงานทางเลือก
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย(ศยป.)
กลุ่มศึกษาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน จังหวัดสงขลา


แถลงการณ์

ขอประนามการกระทำแบบเผด็จการของรัฐบาลทักษิณ

รัฐบาลต้องยุติโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซียโดยด่วน

สืบเนื่องมาจากขณะนี้ได้มีกองกำลังตำรวจประมาณ 400 คน ได้เข้าไปพื้นที่ก่อสร้างโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย เพื่อทำการสลายการชุมนุมด้วยสันติวิธีของเครือข่ายประชาชนคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซ โรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซียฯ โดยอ้างว่าเพื่อเข้าไปคุ้มครองการดำเนินโครงการของบริษัทผู้ดำเนินโครงการฯนี้

เราในนามสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ(สกน.)และองค์กรประชาชนภาคเหนือดังรายนามข้างล่าง มีความคิดเห็นและข้อเรียกร้องดังนี้ คือ

1.รัฐบาลได้สร้างสถานการณ์ต่างๆ เพื่อสร้างภาพให้ประชาชนผู้คัดค้านเป็นพวกใช้ความรุนแรงมาโดยตลอดเพื่อจะเป็นเหตุผลความชอบธรรมต่อการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุมอย่างสันติวิธีของประชาชนผู้คัดค้าน เราขอประนามการกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากเป็นการกระทำที่จงใจข่มขู่คุกคามสิทธิการชุมนุมของประชาชนผู้คัดค้านที่กฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติรับรองไว้

2.รัฐบาลควรยุติโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนักวิชาการนับพันคนทั่วประเทศที่ได้ลงชื่อให้รัฐบาลทบทวนโครงการนี้ เนื่องจากว่ารัฐบาลไม่ยอมรับการมีส่วนร่วมของประชาชนและเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วย เช่น การทำประชาพิจารณ์แบบไม่โปร่งใส การไม่สนใจถึงผลกระทบที่คณะกรรมการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเสนอ ที่สำคัญประเทศไทยต้องเสียเปรียบประเทศมาเลเซียและโครงการนี้ไม่คุ้มทุน เสียมากกว่าได้ เป็นต้น

3.หากรัฐบาลยังไม่ฟังเสียงของประชาชนดื้อรั้นที่จะดำเนินโครงการฯนี้ต่อไป ก็เท่ากับว่ารัฐบาลมีเจตนาที่จะรับใช้นายทุนทั้งต่างชาติและนายทุนไทยผู้ได้รับผลประโยชน์ส่วนตนจากโครงการฯนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการกอบโกยทรัพยากรธรรมชาติของประเทศชาติ และเป็นไม่เคารพสิทธิตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของการกระทำเยี่ยงของการปกครองแบบเผด็จการอำนาจนิยมของรัฐบาลทักษิณมากกว่าการสร้างสรรค์ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ด้วยความเชื่อมั่นพลังประชาชน

สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ(สกน.)

เครือข่ายป่าชุมชนภาคเหนือ(คปช.)

แนวร่วมกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ(นกน.)

เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ(คกน.)

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ 75 องค์กร