อาหารของเรา ใคร เป็นผู้กำหนด
แถลงการณ์ องค์กรผู้บริโภค 22 สิงหาคม 2547

องค์กรผู้บริโภค คัดค้าน มติ ปลูกพืชจีเอ็มโอโดยเสรีของนายกรัฐมนตรี เกรงเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
กลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มองค์กรผู้บริโภค นำโดยนางสาวสารี อ๋องสมหวัง คัดค้านการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ที่มีมติให้มีการปลูกพืชจีเอ็มโอเพื่อการค้า รวมทั้งนำเข้าพืชและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากจีเอ็มโอ โดยมีเหตุผลหลายประการ เช่น
1. การยอมรับให้มีการปลูกและนำเข้าพืชจีเอ็มโอ ยังไม่มีมาตรการป้องกันความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคที่เพียงพอ ถึงแม้จะมีมาตรการด้านฉลากของกระทรวงสาธารณสุขในปัจจุบัน แต่เป็นเพียงมาตรการเฉพาะกับบางผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองและข้าวโพดเท่านั้นและมีข้อจำกัดของฉลากมากมาย ที่สำคัญยังไม่ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีการทดลองหรือนำเข้าในปัจจุบัน เช่น มะละกอ หรือมันฝรั่ง ทำให้ผู้บริโภคไม่มีหลักประกันเรื่องความปลอดภัย
2. การควบคุมการปลูกพืชจีเอ็มโอให้ทำในพื้นที่หรือขอบเขตที่จำกัดไม่สามารถทำได้จริง และไม่มีผู้ใดรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ดังเช่น กรณีที่มีการปนเปื้อนของฝ้ายจีเอ็มโอ ออกนอกแปลงทดลองเมื่อปี 2542 หรือพบเกษตรกรในอำเภอพล ใช้เมล็ดพันธุ์มะละกอดัดแปรพันธุกรรมจากการนำเมล็ดพันธ์ของเกษตรกรไปตรวจสอบโดยกรีนพีซ ในปี 2547
3. การปฏิบัติต่อพืชจีเอ็มโอในปัจจุบัน ไม่ได้ขัดขวางการทดลองพืชจีเอ็มโอหรือความก้าวหน้าทางชีวภาพแต่ประการใด แต่มติในครั้งนี้ทำให้เกิดการปลูกพืชจีเอ็มโอแบบเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประโยชน์เฉพาะกับบรรษัทข้ามชาติที่ผูกขาดเมล็ดพันธุ์จีเอ็มโอมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นรัฐบาลต้องเปิดเผยว่า มติเรื่องจีเอ็มโอในครั้งนี้แลกกับผลประโยชน์อะไรในการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศสหรัฐอเมริกา
การอ้างว่า หากพบใครบริโภคแล้วมีปัญหาให้ไปฟ้องร้องได้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงเพราะผู้บริโภคต้องรับภาระในการฟ้องร้องมากมายในการพิสูจน์ความผิด
ดร. แก้ว กังสดาลอำไพ หัวหน้าฝ่ายพิษวิทยา สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้โดยอ้างว่า การประเมินความปลอดภัยในปัจจุบัน  เป็นเพียงการตรวจสอบเอกสาร และกระบวนการตรวจสอบเป็นการพิจารณาเฉพาะสารอาหารหลักเท่านั้น เช่น ไขมัน โปรตีน วิตามิน เป็นต้น ไม่ได้มีการพิจารณาสารอาหารรองอื่น ๆ เช่น ไฟโตเอสโตรเจนในถั่วเหลืองที่พบว่า ต่ำกว่าปกติในถั่วเหลืองที่มีการดัดแปรพันธุกรรม หรือกรณีผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทริฟโทรเฟน(tryptophane) ที่ผลิตจากการดัดแปรพันธุกรรมของแบคทีเรียแล้วเกิดสารพิษออกมามากเป็นพิเศษในขบวนการผลิต  ทำให้เมื่อรับประทานส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความพิการและเป็นอัมพฤกษ์ มากกว่า  1,500 คน และเสียชีวิต จำนวน 15 คน
ดังนั้นการทำเรื่องนี้เป็นระบบทางเศรษฐกิจ โดยยังไม่หลักประกันเรื่องความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคเป็นอันตราย ทางออกสำหรับเรื่องนี้ คือ การปลูกพืชแบบผสมผสาน ตามทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานแก่เกษตรกร โดยเฉพาะมะละกอ เป็นอาหารที่คนไทยบริโภคมากกว่า  70- 80  เปอร์เซ็นต์ และยังไม่มีการประเมินความปลอดภัยที่รอบด้าน อาจมีความเป็นไปได้ว่ามีสารพิษที่เกิดขึ้นโดยไม่เจตนา ดังเช่นในกรณีทริฟโทรเฟน จึงต้องประเมินความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
และกลุ่มผู้บริโภคยืนยันจะเดินหน้าหาความร่วมมือจากกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ และกลุ่มผู้รับประทานมังสวิรัติในประเทศไทย และเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพและปรับปรุงฉลากอาหารดัดแปรพันธุกรรมโดยเร็ว