แถลงการณ์คณะทำงานโลกาภิวัตน์ และภาคประชาชนไทย
ในเรื่องการประชุมองค์การการค้าโลกที่เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก
ในที่สุดการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 5 ขององค์การการค้าโลก หรือ WTO ณ เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก มีอันต้องล้มพับไป โดยที่ประเทศสมาชิกไม่สามารถหาข้อตกลงใด ๆ ได้ นี่ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่ถือเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศกำลังพัฒนา และประชาชนทั่วโลก ภาคประชาชนไทย ขอแสดงความชื่นชมและยินดีกับเครือข่ายภาคประชาชนในส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทย และขบวนการประชาชนทั่วโลก รวมถึงตัวแทนของรัฐบาลประเทศกำลังพัฒนาใน WTO ที่ได้ต่อสู้อย่างห้าวหาญ ขณะที่ถูกกดดันอย่างหนักจากประเทศมหาอำนาจ ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากยังสามารถยืนหยัดไม่ยอมรับข้อตกลงที่ขาดความเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเกษตรหรือประเด็นใหม่ทางการค้า
เช่นเดียวกับการประชุมที่เมืองซีแอตเติล ในปี 2542 การชุมนุมของประชาชนที่เมืองแคนคูน และในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศยากจนไม่ยอมถูกเอาเปรียบ และรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมของหลายฝ่าย
การประชุมที่เมืองแคนคูนนี้นอกจากประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป จะไม่รับฟังข้อเรียกร้องของประเทศกำลังพัฒนาที่ให้มีการปรับปรุงแก้ไขข้อตกลงทางการเกษตร เพื่อให้มีความสมดุลมากขึ้น กลับยังดำเนินการกดดันให้ประเทศเหล่านี้ยอมรับการนำเอาเรื่องการลงทุน การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การแข่งขันและการอำนวยความสะดวกทางการค้ามาเจรจาการเปิดเสรีใน WTO เพิ่มขึ้นอีก จุดนี้เองที่ประเทศกำลังพัฒนาเห็นว่าเป็นการข่มเหงกันเกินไป ซึ่งในที่สุดได้นำไปสู่ความชะงักงันในการเปิดเสรีทางการค้าพหุภาคีในครั้งนี้
เหตุการณ์สำคัญของโลกครั้งนี้ ย้ำชัดถึงความทุกข์ยากของประชาชนคนยากจน อันเกิดจากขบวนการเปิดเสรีทางการค้าที่เหล่าประเทศมหาอำนาจใช้ WTO เป็นกลไกผลักดัน อย่างไรก็ตาม ความพยายามของประเทศมหาอำนาจและบรรษัทข้ามชาติไม่ได้หยุดลงพร้อมกับการเจรจาที่แคนคูน มีการนัดหมายแล้วว่า กระบวนการเจรจาจะเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้งในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ ที่กรุงเจนีวา และยังมีความพยายามที่จะจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีขึ้นอีกประมาณเดือนมีนาคมปีหน้า
ที่สำคัญก็คือว่าการค้าระดับพหุภาคีในเวที WTO ไม่ได้เป็นช่องทางเดียวที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ใช้ในการขูดรีดประชาชนในประเทศกำลังพัฒนา นายโรเบิร์ต โซลิก ตัวแทนการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะเร่งเดินหน้าเจรจาเปิดเสรีทางการค้าในเวทีระดับทวิภาคีกับประเทศต่าง ๆ อย่างเข้มข้นและรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งมีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาชนไทย เนื่องจากว่าขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการเจรจากับสหรัฐฯ ในข้อตกลงทางการค้าระหว่างสองประเทศ ถึงแม้ว่ารัฐบาลไทยจะปิดลับข้อมูลเหล่านี้ไม่ให้ประชาชนและฝ่ายนิติบัญญัติได้รับทราบ แต่ทางสหรัฐฯ เอง ประกาศว่า ข้อตกลงนี้จะใช้กรอบเดียวกันกับข้อตกลงที่สหรัฐได้ทำไว้กับสิงคโปร์และชิลี ซึ่งเมื่อศึกษาแล้วกลับพบว่า เป็นข้อตกลงที่น่าวิตกมากกว่าข้อตกลงใน WTO เสียอีก
ดังนั้นชัยชนะในวันนี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีและควรจดจำ แต่ไม่ได้หมายความถึงจุดสิ้นสุดของขบวนการประชาชนในการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม นับจากนาทีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการประชุมเอเปคที่กรุงเทพฯ เดือนตุลาคมนี้ ทุกฝ่ายคงจะต้องจับตาความเคลื่อนไหวของรัฐบาลไทยในประเด็นการเปิดเสรีทางการค้าต่อไป
คณะทำงานโลกาภิวัตน์และตัวแทนภาคประชาชนที่ได้เดินทางไปร่วมการประชุมที่แคนคูน จะจัดแถลงข่าวถึงผลการประชุม WTO และภารกิจของภาคประชาชนไทยในอนาคต
วันพุธที่ 17 กันยายนนี้ เวลา 16.00น ณ ชมรมศิษย์เก่าบูรณะชนบทและเพื่อน(RRAFA) 86 ลาดพร้าว 110 โทร 02 9352981, 82