แถลงการณ์กลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ฉบับที่ 3

เปิดเผยเป้าหมายการเจรจาของฝ่ายสหรัฐในการเจรจาเขตการค้าเสรีกับประเทศไทย

บทวิเคราะห์จากจดหมายแจ้งความจำนงของ USTR ต่อรัฐสภาสหรัฐฯ

ขณะที่กระบวนการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีของรัฐบาลไทยกับสหรัฐอเมริกายังคงดำเนินไปโดยปราศจากความโปร่งใส และปฏิเสธการมีส่วนร่วมของรัฐสภาและภาคประชาชน ดังคำแถลงหลายครั้งของรัฐบาลนั้น ฝ่ายสหรัฐอเมริกากลับเริ่มต้นกระบวนการเจรจากับไทยอย่างเปิดเผยและมีกลไกที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับสภาคองเกรสอย่างชัดเจน ดังจากคำแถลงของนาย โรเบิร์ต โซลิก ผู้แทนการค้าของสหรัฐอเมริกา(USTR)เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2547 ที่ผ่านมา

ภายใต้กฎหมาย Trade Promotion Authority Act (section 2104) ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภา

คองเกรสเมื่อเดือนกรกฎาคม 2545 นั้น สำนักงานตัวแทนการค้าของสหรัฐจะต้องยื่นหนังสือแจ้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการเจรจาการค้า(notification letter)ต่อสภาคองเกรสของสหรัฐ หนังสือฉบับหนึ่งจะส่งไปยังวุฒิสภา และอีกฉบับหนึ่งซึ่งมีข้อความเดียวกันจะส่งไปยังสภาผู้แทนสหรัฐ โดยการเจรจากับฝ่ายไทยจะมีขึ้นอย่างเป็นทางการหลังจากหนังสือแจ้งเจตจำนงได้ส่งต่อสภาเป็นเวลาอย่างน้อย 90 วัน

ทั้งนี้ในระหว่างที่มีการเจรจากาค้ากับฝ่ายไทยสำนักงานตัวแทนการค้าของสหรัฐจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับสภาคองเกรสโดยผ่านสมาชิกและเจ้าหน้าที่ House Ways & Means Committee , Senate Finance Committee และ House Agricultural and Senate Agricultural Committees นอกเหนือจากคณะกรรมการดังกล่าวแล้วสภาคองเกรสจะตรวจสอบและติตตามความคืบหน้าการเจรจากโดยผ่าน The Congressional Oversight Group (COG) ซึ่งตั้งขึ้นมาภายใต้กฎหมาย TPA 2002 ไปพร้อมๆกันด้วย

จากการวิเคราะห์จดหมายแจ้งความจำนงซึ่งส่งไปยังสภาทั้งสองของสหรัฐ ชี้ชัดว่าสหรัฐฯ ต้องการให้ไทยเปิดตลาดสินค้าเกษตรกรรม การบริการอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงให้สิทธิพิเศษกับนักลงทุนและนักธุรกิจสหรัฐฯ ในประเทศไทย ตามรายละเอียดโดยสรุปดังต่อไปนี้

สินค้าอุตสาหกรรมและการเกษตร

  1. สหรัฐฯ ต้องการให้ไทยขจัดภาษีศุลกากรขาเข้า และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีให้หมดไป รวมถึงห้ามให้ประเทศไทยมีกฎระเบียบภายในที่จะกระทบสินค้าที่เป็นผลผลิตจากเทคโนโลยีใหม่ของสหรัฐฯ (GMOs และอื่นๆ)
  2. ไทยต้องสนับสนุนจุดยืนของสหรัฐฯ ในองค์การการค้าโลก (WTO) ที่ต้องการยกเลิกการอุดหนุนการส่งออกสินค้าเกษตรของประเทศอื่นๆ แต่ขณะเดียวกันประเทศไทยจะต้องยอมรับการแทรกแซงตลาดในรูปแบบที่สหรัฐฯ ดำเนินการ เช่น การช่วยเหลือด้านเงินกู้แก่ผู้ส่งออก การสนับสนุนภาคการผลิตการเกษตร และมาตรการการทุ่มตลาด ที่แฝงมากับการช่วยเหลือด้านอาหาร (Food Aid) ของทางสหรัฐฯ
  3. ประเทศไทยจะต้องตอบแทนสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP) ที่ทางสหรัฐฯ ได้ให้กับไทยไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรหรือสิ่งทอ

สินค้าบริการ

  1. ประเทศไทยจะต้องเปิดตลาดให้สิทธิกับนักลงทุนจากสหรัฐฯมากกว่าที่เคยระบุไว้แล้วในสนธิสัญญาไมตรีฯ (Treaty of Amity) ซึ่งนอกจะต้องเปิดตลาดให้ทางสหรัฐฯเข้ามาให้บริการที่เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา แล้วยังต้องเปิดตลาดธุรกิจการเงิน การสื่อสารโทรคมนาคม วิชาชีพเฉพาะ และอื่นๆ อีกด้วย

การลงทุน

  1. นักลงทุนไทยในสหรัฐฯ จะต้องไม่ได้รับสิทธิมากไปกว่านักลงทุนสหรัฐฯ เอง แต่นักลงทุนสหรัฐฯ ในประเทศไทยจะต้องไม่ได้รับการปฏิบัติไม่ด้อยไปกว่านักลงทุนชาติอื่นๆ หรือนักลงทุนไทยเอง นอกจากนี้ นักลงทุนสหรัฐฯ ในประเทศไทย จะต้องได้รับสิทธิตามกฎหมายไม่น้อยไปกว่าที่เขาได้รับในประเทศสหรัฐฯ ที่สำคัญอย่างยิ่งคือนักลงทุนเอกชนสหรัฐฯ จะมีสิทธิที่จะฟ้องร้องรัฐบาลไทยได้

ทรัพย์สินทางปัญญา

  1. ประเทศไทยต้องมีมาตรฐานทางกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญามากไปกว่าข้อตกลงเรื่อง TRIPs ในองค์การการค้าโลก รวมทั้งข้อตกลงอื่น เช่น World Intellectual Property Organization (WIPO) Copyright Treaty, the WIPO Performances and Phonograms Treaty และ Patent Cooperation Treaty ซึ่งจะมีผลทำให้บริษัทสหรัฐสามารถจดสิทธิบัตรครั้งเดียวแต่ครอบคลุมได้ทั่วโลก อายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์เพิ่มเป็น 70 ปี และการใช้อินเตอร์เน็ตท่องเว็บอาจถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทางอินเตอร์เน็ตเพราะถือว่าเป็น”การทำซ้ำชั่วคราว” เป็นต้น
  2. การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาที่สูงไปกว่าข้อตกลงทริปส์รวมไปถึงการบีบบังคับให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกของอนุสัญญา UPOV ปี 1991 และการยอมรับระบบสิทธิบัตรในสิ่งมีชีวิต ซึ่งจะทำให้เกษตรกรที่ซื้อเมล็ดพันธุ์ไม่สามารถเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อ การแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ระหว่างกัน รวมถึงการเข้ามาผูกขาดทรัพยากรชีวภาพในรูปแบบต่างๆไปพร้อมๆกันด้วย
  3. ประเทศไทยจะต้องมีกระบวนการและการบังคับใช้เทียบเท่ากับกฎหมายของสหรัฐ ต้องจับกุมผู้กระทำผิดที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และรวมถึงเครื่องมืออื่นใดที่ใช้ในการผลิตสินค้าดังกล่าว อีกทั้งจะต้องมีบันทึกหลักฐานต่างๆเอาไว้ ผู้กระทำผิดตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาถือว่าเป็นอาชญากรมีความผิดอาญาแผ่นดินหาใช่เป็นความผิดส่วนตัวซึ่งจะยอมความกันได้ไม่

การค้าทางอินเตอร์เนต

  1. รัฐบาลไทยจะไม่สามารถเก็บภาษีสินค้าและบริการทางอินเตอร์เนตจากสหรัฐฯ ได้

การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

  1. นักธุรกิจและบริการของสหรัฐฯ จะต้องได้รับสิทธิในการประมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ไม่ด้อยไปกว่านักธุรกิจหรือบริการสัญชาติไทย

อื่นๆ

  1. สหรัฐฯ ยังจะคงสิทธิในการใช้มาตรการปกป้องตลาดภายในหากมีผลเสียเกิดขึ้นจากการเปิดตลาดให้กับสินค้าไทย นอกจากนี้สหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนกฎหมายและมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของตนที่มีอยู่

 

จากเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมข้างต้นทำให้เห็นชัดเจนว่า ขอบเขตของ FTA มิได้มีเพียงแค่ประเด็นทางการค้าเท่านั้น แต่รัฐบาลไทยจะต้องให้อภิสิทธิ์กับนักลงทุนสหรัฐฯ ในการที่จะเข้ามาแสวงหากำไรในประเทศไทย ต้องอนุมัติกฎหมายและกฎระเบียบภายในให้สอดคล้องกับข้อตกลง FTA ที่จะเกิดขึ้น นักลงทุนสหรัฐฯ สามารถฟ้องร้องรัฐบาลไทยได้ ซึ่งกระบวนการยุติข้อพิพาทจะไม่เกิดขึ้นภายในประเทศ หรือภายใต้ระบบตุลาการไทย นี่คือข้อตกลงระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยของประเทศโดยตรง และส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศ

กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชนเห็นว่า การดำเนินการเพื่อเจรจาจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันนั้น เป็นไปอย่างไม่โปร่งใส ไม่เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม อีกทั้งไม่ได้สนใจใยดีต่อกระบวนบวนการตรวจสอบจากระบบรัฐสภา ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับกระบวนการเจรจาของฝ่ายสหรัฐซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

กระบวนการเจรจาเช่นนี้รังแต่จะนำพาประเทศไปสู่การเป็นเมืองขึ้นสมัยใหม่ ปล่อยให้บรรษัทข้ามชาติเข้ามากอบโกยประโยชน์จากเกษตรกร แรงงาน ผู้บริโภค และคนส่วนใหญ่ในประเทศ โดยอาจมีกลุ่มทุนบางกลุ่มที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเท่านั้นที่ได้ประโยชน์

กลุ่มฯขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินตามข้อเรียกร้องตามแถลงการณ์ฉบับที่สองเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2547 ที่ผ่านมา โดย

  1. รัฐบาลต้องสนับสนุนสถาบันอิสระให้ทำการศึกษาถึงผลกระทบเชิงลึกที่จะเกิดขึ้นจากการทำเขตการค้าเสรีกับประเทศต่าง ๆ ในประเด็นสำคัญ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา, เทคโนโลยีชีวภาพและสารสนเทศ, การเปิดเสรีภาคการเกษตร, การเปิดเสรีภาคสาธารณสุข, การเปิดเสรีด้านการลงทุน และผลกระทบที่มีต่ออำนาจตุลาการและอธิปไตยของชาติโดยรวม รวมทั้งเปิดเผยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปิดเสรีกับบางประเทศไปแล้วและรวมถึงการเปิดเสรีภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก
  2. รัฐบาลต้องจัดให้มีกลไกการรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ องค์กรประชาชนและกลุ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดกรอบและแนวทางในการเจรจา
  3. รัฐบาลต้องเปิดเผยกรอบความตกลงและแนวทางการเจรจาพร้อมนำกรอบการเจรจาผ่านความเห็นชอบของฝ่ายนิติบัญญัติ ก่อนที่รัฐบาลจะเริ่มกระบวนการเจรจา

17 กุมภาพันธ์ 2547

กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)

http://www.ftawatch.org email info@ftawatch.org

801/8 งามวงศ์วาน 27 ซอย 5 อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000