คำแถลงร่วม ของกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน
และเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับความเดือดร้อนในประเทศไทย
เรื่อง คัดค้านการลงนามในสัญญาข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2547 เห็นชอบในร่างสัญญาข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนา เมืองสุข ดำเนินการลงนามในข้อตกลงกับรัฐบาลออสเตรเลียโดยเร็วนั้น
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรภาคประชาชน ซึ่งได้รวมตัวกันติดตามกระบวนการเจรจาเขตการค้าเสรีมาโดยต่อเนื่อง และเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับความเดือดร้อนจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีในประเทศไทย ขอคัดค้านการลงนามในสัญญาข้อตกลงเขตการค้าเสรีดังกล่าว ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1) สัญญาข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย ดำเนินไปโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชนและปราศจากความโปร่งใส รัฐบาลได้ปิดบังข้อมูลการเจรจาและไม่เปิดเผยเนื้อหาการเจรจาทั้งหมดต่อสาธารณะ หรือแม้แต่กรรมาธิการของรัฐสภาที่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล แม้เมื่อคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในการทำสัญญาดังกล่าวแล้ว แต่จนบัดนี้รัฐบาลยังมิได้เปิดเผยหนังสือสัญญาดังกล่าว และมิได้มีการแปลสัญญาดังกล่าวเป็นภาษาไทยออกมาเผยแพร่ให้ประชาชนไทยทั้งประเทศที่จะได้รับผลกระทบได้รับรู้โดยทั่วกัน
2) กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน เห็นว่าเจตนาในการปิดบังข้อสัญญาดังกล่าว เป็นเพราะกลุ่มทุนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลอาจเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากการลงนามภายใต้สัญญาฉบับนี้ ทั้งนี้โดยเอาความทุกข์ยากของประชาชนคนเล็กคนน้อยเข้าแลก เกษตรกรที่เลี้ยงโคเนื้อ โคนมหลายแสนครอบครัวต้องล่มสลายจากการปล่อยให้มีการนำเนื้อและนมราคาถูกเข้ามาภายในประเทศ สหกรณ์รายย่อยซึ่งเลี้ยงโคนมโดยสุจริตภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ และเกษตรกรซึ่งทำเกษตรกรรมยั่งยืนภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนับล้านครอบครัว จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการทำสัญญาที่รัฐบาลไทยกำลังจะลงนามเปิดเสรีกับออสเตรเลีย และที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการกับประเทศสหรัฐอเมริกา
3) ข้อสัญญาที่ประชาชนไทยไม่มีโอกาสได้รู้แจ้งที่รัฐบาลไทยกำลังจะลงนามกับออสเตรเลียฉบับนี้ จะมีผลผูกพันไปถึงข้อสัญญาการทำเขตการค้าเสรีที่ไทยกำลังทำกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ประวัติศาสตร์ที่ขมขื่นเช่นนี้จะซ้ำรอยกับสิ่งที่สยามประเทศในอดีตถูกบีบบังคับให้ลงนามกับ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เดนมาร์ก และโปรตุเกส หลังจากที่ต้องลงนามในสัญญาบาวริ่งกับประเทศอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2398
4) ไม่มีบทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายใดๆ ที่ให้อำนาจฝ่ายบริหารลงนามในสัญญาซึ่งจะมีผลผูกพันต่อลูกหลานไทย มีผลกระทบต่ออธิปไตยของชาติ และทำให้เกษตรกรรายย่อยล่มสลายโดยปราศจากความเห็นชอบจากผู้แทนปวงชน ปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชน และปราศจากความโปร่งใส ดังที่รัฐบาลนี้กำลังดำเนินการ แม้ผู้ลงนามในสัญญาเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลียฉบับนี้หมดอำนาจลง หรือมีอันเป็นไปด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม แต่สัญญานี้ก็จะมีผลผูกพันต่อประเทศชาติและลูกหลานของเราอีกยาวนานในอนาคต
ด้วยสำนึกแห่งความเป็นไท กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน และเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยที่เดือดร้อนจากการเปิดเสรีทางการค้า ขอเรียกร้องต่อรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดังต่อไปนี้
1. ให้ยุติการดำเนินการเพื่อลงนามในสัญญาข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย
2. เร่งดำเนินการแปลสัญญาข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลียให้เป็นภาษาไทย และเผยแพร่ให้เกษตรกร และประชาชนคนไทยที่จะได้รับผลกระทบทุกกลุ่มได้ศึกษาข้อสัญญาดังกล่าวโดยละเอียดโดยทันที
3. หลังจากประชาชนไทยทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบได้ศึกษาข้อตกลงดังกล่าวเป็นอย่างดีแล้ว รัฐบาลต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างกว้างขวาง และจัดให้มีการลงประชามติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 214 ที่ให้อำนาจคณะรัฐมนตรีอาจจัดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกเสียงประชามติได้ ในการดำเนินการซึ่งอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือประชาชน
เราขอเรียกร้องให้ผู้แทนปวงชน สถาบันตุลาการ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการลงนามในหนังสือสัญญาฉบับนี้ ได้ลุกขึ้นเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และผลประโยชน์ของประเทศ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของพวกเราร่วมกัน
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน และเครือข่ายของเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศไทยมากกว่า 300 กลุ่ม ขอประกาศว่า เราจะดำเนินการเคลื่อนไหวในทุกวิถีทางภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อให้ข้อเรียกร้องดังกล่าวข้างต้นบรรลุผลโดยเร็ว
วันที่ 13 พฤษภาคม 2547
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน
และเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับความเดือดร้อนในประเทศไทย