อีกโลกหนึ่งเป็นไปได้!

ระดมพลังต่อต้านลัทธิเสรีนิยมใหม่!

คำประกาศของที่ประชุมขบวนการสังคมเอเชีย

กรุงเทพมหานคร 10-12 สิงหาคม 2545

.

การประชุมครั้งแรกของขบวนการสังคมในภูมิภาคเอเชียมีขึ้นในสภาวะการณ์ที่ส่อเค้าว่าจะเป็นวิกฤตที่ร้ายแรงที่สุดของระบบทุนนิยมโลก นับตั้งแต่เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เมื่อ 10 ปีมาแล้ว การวางทิศทางเดินสู่อนาคตของเราขึ้นอยู่กับความเข้าใจที่ถ่องแท้ต่อธรรมชาติและพลวัตของวิกฤตครั้งนี้

ระบบทุนนิยมโลกอยู่ในภาวะวิกฤต

ระบบทุนนิยมโลกกำลังประสบภาวะวิกฤตในด้านความชอบธรรม ซึ่งเกิดขึ้นจากการผสมผสานกันของวิกฤตที่เกิดขึ้นในโครงสร้างของระบบ 4 ประการ

วิกฤตความชอบธรรม หมายถึง ความที่อุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ที่เป็นฐานคิดของระบบทุนนิยมโลกปัจจุบันนี้ ไม่สามารถจะชักจูงให้ผู้คนเชื่อถือว่าระบบการผลิต การแลกเปลี่ยน และการแจกจ่าย ผ่านกลไกตลาดเสรี เป็นระบบที่จำเป็นและใช้การได้ดีอีกต่อไปแล้ว ความหายนะที่เป็นผลจากการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจในทวีปอาฟริกาและละตินอเมริกา ปฏิกิริยาลูกโซ่ของวิกฤตการเงินในเม็กซิโก ในเอเชีย บราซิล และรัสเซีย ความอลหม่านในตลาดเสรีของอาร์เจนตินา และผลรวมของความฉ้อฉลขนานใหญ่และความปั่นป่วนในตลาดหุ้น ที่ทำให้สินทรัพย์ของนักลงทุนมลายหายไปถึง 7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นจำนวนเกือบเท่ากับผลิตภัณฑ์มวลรวมในแต่ละปีของสหรัฐอเมริกา เหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่กัดเซาะความน่าเชื่อถือของระบบทุนนิยม สถาบันของระบบทุนนิยมที่ทำหน้าที่ปกครองดูแลระบบเศรษฐกิจโลก คือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ธนาคารโลก และองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) ล้วนแต่ถูกผลกระทบอย่างยิ่งยวดจากวิกฤตความชอบธรรมครั้งนี้ และได้กลายเป็นจุดอ่อนที่สุดของระบบ

คาบเกี่ยวกับวิกฤตความชอบธรรม คือ วิกฤตการผลิตเกินขนาด และการมีกำลังผลิตส่วนเกินในระบบ ซึ่งอาจเป็นลางบอกเหตุว่าคราวนี้ไม่ใช่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยปกติ กำไรในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ หยุดโตมาตั้งแต่ปี 2540 เนื่องจากมีกำลังผลิตส่วนเกินอยู่มหาศาลทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจนานาชาติ ซึ่งสะสมมาเรื่อยในช่วงทศวรรษ 1990 ที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ โป่งพอง ระดับของปัญหาลึกเพียงใดนั้นจะเห็นได้จากข้อเท็จจริงที่ว่า โครงสร้างพื้นฐานทางด้านโทรคมนาคมที่มีอยู่ทั่วโลกในปัจจุบันนี้มีการใช้งานจริงเพียงร้อยละ 2.5 เท่านั้น การมีกำลังผลิตส่วนเกินถึงขนาดนี้ ทำให้นักลงทุนหันเหจากภาคการผลิตที่แท้จริงไปลงทุนในภาคเก็งกำไรแทน คือภาคการเงิน ซึ่งเป็นพัฒนาการที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดฟองสบู่ในตลาดหุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นในภาคเทคโนโลยี กำลังผลิตส่วนเกินขนาดมหาศาลเช่นนี้ยังคงมีอยู่ทั่วโลก ความสามารถที่จะทำกำไรจึงเหือดหาย เป็นผลให้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกเลวร้ายลงยิ่งขึ้น แต่เนื่องจากการเสียดุลของปัจจัยต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจโลกได้สะสมมากขึ้นเป็นเวลานาน ภาวะถดถอยครั้งนี้คงจะยาวนาน และคงเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในเศรษฐกิจที่เป็นศูนย์กลางที่สำคัญของระบบทุนนิยมทั่วโลก จึงมีโอกาสอย่างมากที่จะกลายเป็นความตกต่ำครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

วิกฤตอีกด้านหนึ่งที่เกิดขึ้นคู่ขนานและคาบเกี่ยวกับวิกฤตด้านที่กล่าวมาแล้ว คือวิกฤตของระบอบเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นระบอบการปกครองหลักของระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ในประเทศต่าง ๆ เช่น ฟิลิปปินส์ และปากีสถาน ประชาชนระดับล่างและแม้แต่ระดับกลางเองต่างเสื่อมศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตยโดยชนชั้นสูง ที่หล่อลื่นด้วยการเมืองเรื่องของเงินทองเป็นหลัก ปากีสถานเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ความเสื่อมศรัทธาเป็นปัจจัยหนุนให้นายพลมูชาราฟรวบอำนาจทางการเมืองได้ แต่วิกฤตนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะซีกโลกใต้ ประชาชนจำนวนมากในสหรัฐอเมริกามีความเห็นร่วมกันว่าประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิลยู บุช ขโมยการเลือกตั้ง และเมื่อมีข้อมูลเปิดเผยออกมาทีหลังเกี่ยวกับจรรยาบรรณทางธุรกิจที่น่าสงสัยของเขา คนยิ่งมองว่าเขาเป็นประธานาธิบดีของภาคการเงินวอลล์สตรีท มากกว่าเป็นประธานาธิบดีของทั้งประเทศ ในยุโรป ผู้คนมีความห่วงใยอย่างมากต่อบทบาทของบรรษัทธุรกิจในการควบคุมการเงินของพรรคการเมืองต่าง ๆ แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือความรู้สึกที่ว่าอำนาจถูกฉกฉวยไปจากรัฐสภาระดับชาติที่ประชาชนเลือกตั้งขึ้นมา ไปอยู่ในมือขององค์กรระดับเหนือชาติต่าง ๆ เช่น คณะกรรมาธิการยุโรป แทน ปรากฏการณ์การประท้วงของประชาชนที่หันไปสนับสนุนผู้สมัครฝ่ายขวา เช่น เลอเปน ในฝรั่งเศส และพิม ฟอร์ทุน ในเนเธอร์แลนด์ แสดงถึงความรู้สึกแปลกแยกอย่างมากของประชาชนที่มีต่อระบอบประชาธิปไตยในกำมือของเทคโนแครต

วิกฤตด้านที่ 4 อาจจะมองไม่เห็นได้ทันที แต่กำลังเกิดขึ้นแล้ว การแผ่ขยายอิทธิพลทางการทหารของสหรัฐอเมริกาเข้าไปในอาฟกานิสถาน ฟิลิปปินส์ เอเชียกลาง และเอเชียใต้ อาจสื่อให้เห็นถึงแสนยานุภาพอันแข็งแกร่ง ทว่าการเคลื่อนกำลังที่ผ่านมาทั้งหมด ยังไม่ประสบชัยชนะอย่างเหนียวแน่นที่ใดเลย ไม่ใช่ที่อาฟกานิสถานแน่นอน เพราะอนาธิปไตยเป็นใหญ่ที่นั่น ไม่ใช่รัฐบาลที่มั่นคงและเข้าข้างสหรัฐฯ ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า การดำเนินนโยบายการเมืองผสมการทหาร รวมทั้งนโยบายหนุนหลังอิสราเอล ส่งผลให้สถานการณ์เชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ดีขึ้นหรือเลวลงกันแน่ในเมื่อมันได้สร้างความไม่พอใจอย่างใหญ่หลวงขึ้นในโลกของชาวมุสลิม ในเวลาเดียวกัน ขณะที่วอชิงตันกำลังหมกมุ่นอยู่กับการก่อการร้ายในตะวันออกกลาง หลังบ้านของตนในละตินอเมริกาก็กำลังสั่นคลอนด้วยการกบฎทางการเมืองต่อต้านลัทธิเสรีนิยมใหม่ขึ้นมาด้วย

วิกฤตทั้งหลายที่คาบเกี่ยวกันอยู่เหล่านี้ กำลังเผยตัวออกมาในขณะที่การต่อต้านกระบวนการบรรษัทโลกาภิวัตน์ก็เพิ่มพลังขึ้น ในช่วงทศวรรษ 1990 มีการต่อต้านลัทธิเสรีนิยมใหม่อย่างกว้างขวางทั้งในซีกโลกเหนือและใต้ ทว่ายังมีน้อยแห่งที่สามารถผนึกกำลังได้พอเพียงในระดับชาติที่จะปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายเสรีนิยมใหม่ได้ แต่ถึงแม้ส่วนใหญ่จะยังมีพลังไม่พอในระดับประเทศก็ยังสามารถรวมตัวกันได้ในระดับโลกเมื่อมีเหตุการณ์ที่สำคัญ ดังเช่นที่เมืองซีแอตเติล เมื่อเดือนธันวาคม 2542 การระดมพลังประท้วงองค์การการค้าโลกครั้งนั้นมีผลให้การประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 3 ต้องล่มลง การประจันหน้าในระดับโลกที่เกิดขึ้นในปี 2543 ตั้งแต่ที่กรุงวอชิงตัน ถึงเมืองเชียงใหม่ ถึงกรุงปราก ทำให้ความมั่นใจของฝ่ายผู้ครองอำนาจหวั่นไหวลงไม่น้อย เมื่อเวทีสังคมโลกเปิดตัวขึ้นที่เมืองปอร์โต อเลเกร ในเดือนมกราคม 2544 โดยมีผู้คน 12,000 คน เข้าร่วม การท้าทายเชิงอุดมการณ์ก็กลายเป็นกระแสที่คุกคามระบบทุนนิยมโลกอย่างจริงจังขึ้นมา

ณ วันนี้ เราอาจจะกำลังมาถึงห้วงเวลาที่สองในประวัติศาสตร์ของเส้นทางแห่งการต้านทานเสรีนิยมใหม่ เมื่อขบวนการสังคมหลายส่วนผนึกกำลังได้ถึงขนาดที่จะก่อผลกระทบต่อการเมืองในระดับประเทศ ดูเหมือนว่าภาวะนี้ได้มาถึงแล้วในละตินอเมริกา เพราะผู้สมัครเลือกตั้งคนใดที่ชูธงนโยบายเศรษฐกิจแนวเสรีนิยมใหม่ จะแน่ใจได้เลยว่าจะประสบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง และขบวนการแนวก้าวหน้าในเวเนซูเอล่า บราซิล และโบลิเวีย ได้รับมอบอำนาจจากการเลือกตั้งไปแล้ว หรือไม่ก็กำลังจะขึ้นสู่อำนาจ

อนาคตอันใกล้ที่จะมาถึงจะเป็นสถานการณ์ที่มีความเลื่อนไหลสูง การประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การการค้าโลก ครั้งที่ 5 ส่อเค้าว่าจะเป็นการเผชิญหน้าระหว่างระเบียบเก่ากับผู้ที่ท้าทายระเบียบดังกล่าว เนื่องจากโครงสร้างการตัดสินใจขององค์การการค้าโลกขึ้นอยู่กับ “ฉันทามติ” ของสมาชิกทุกประเทศ สถาบันนี้จึงเป็นจุดอ่อนในระบบทุนนิยมโลกปัจจุบัน เช่นที่ สตาลินกราดเป็นจุดอ่อนในแนวรบของเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับฝ่ายที่ครองอำนาจอยู่ เป้าหมายของการประชุมที่เมืองคานคูนคือการเปิดเจรจารอบใหม่ เพื่อเดินหน้าเปิดเสรีทางการค้าเพิ่มขึ้น คล้ายกับการเจรจารอบอุรุกวัย สำหรับฝ่ายค้าน เป้าหมายคือการทวนกระแสโลกาภิวัตน์ให้ไหลกลับไปทางเดิม และผนึกกำลังสานต่อจากซีแอตเติล

ภายในเวลาเพียงทศวรรษเดียว ระบบทุนนิยมโลกได้เปลี่ยนผ่านจากการเฉลิมฉลองชัยชนะเหนือรัฐสังคมนิยมในยุโรปตะวันออก มาสู่การสูญเสียความน่าเชื่อถือในระดับพื้นฐาน ระบบนี้กำลังเข้าสู่ “กาลเวลาแห่งความยากลำบาก” เหมือนกับที่เกิดขึ้นแล้วในทศวรรษที่ 2 และ 3 ของศตวรรษที่ 20 และยังไม่มีหลักประกันใดว่าจะหลุดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้สำเร็จ

การผนึกแนวท้าทาย

เราผู้แทนจากองค์กรและเครือข่ายกว่า 100 แห่งจาก 20 กว่าประเทศ ได้มาชุมนุมกันเป็นเวลา 3 วัน เพื่อเสริมสร้างพลังและประสานงานการต่อต้านลัทธิเสรีนิยมใหม่และระบบทุนนิยมโลก แม้ว่าพวกเราส่วนใหญ่มาจากทวีปเอเชีย แต่หลายคนมาร่วมจากแดนไกล เช่น บราซิล สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย

หลังจากใช้เวลา 3 วัน แลกเปลี่ยนแนววิเคราะห์ การรณรงค์ และยุทธศาสตร์การต่อสู้ พวกเราได้ลงมติที่จะระดมพลังร่วมกันในเรื่องดังต่อไปนี้

1.ลัทธิการทหาร

ลัทธิเสรีนิยมใหม่ปฏิบัติการคู่ขนานไปกับลัทธิการทหาร การทำสงครามทั่วโลก และลัทธิเผด็จการ ระบบทุนนิยมโลกทุกวันนี้ได้สร้างและใช้สถานการณ์การกดขี่และความรุนแรงเป็นหลักประกันความอยู่รอดของระบบ ผลที่เกิดขึ้นได้แก่ การเพิ่มการโจมตีขบวนการสังคมและการต่อสู้ของประชาชนในอันที่จะกำหนดอนาคตของตนเอง การใช้กำลังทหารเป็นเครื่องมือของรัฐในการพิทักษ์การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และผลประโยชน์ของชนชั้นสูงที่เกี่ยวกับที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มโอกาสให้แก่เผด็จการทหาร และเงามืดของสงครามกลางเมืองและสงครามข้ามพรมแดนที่กำลังคุกคามเราใกล้เข้ามาทุกขณะ สหรัฐอเมริกาในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและการทหารของโลก มีบทบาทโดยตรงในการส่งเสริมลัทธิการทหารในภูมิภาคเอเชีย

2. สถาบันการเงินระหว่างประเทศ

สถาบันการเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เป็นเครื่องมือทางด้านนโยบายของระบบทุนนิยมโลก โครงการของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟภายใต้ชื่อว่า เอกสารยุทธศาสตร์การลดความยากจน (Poverty Reduction Strategy Papers – PRSP) และกรอบการลดความยากจนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Poverty Reduction and Growth Framework – PRGF) คือการบังคับให้ประเทศลูกหนี้ดำเนินการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ในนามของการลดความยากจน ธนาคารพัฒนาเอเชียเร่งรัดให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นธุรกิจเอกชนทั่วทั้งเอเชียและแปซิฟิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านบริการที่จำเป็นและทรัพยากรธรรมชาติ หน่วยงานบริการสินเชื่อเพื่อการส่งออก (Export Credit Agencies – ECA) ของประเทศร่ำรวยในซีกโลกเหนือกำลังสร้างหนี้สินในรูปแบบใหม่ให้แก่ภูมิภาคนี้ โดยการให้สินเชื่อกับบรรษัทจากประเทศตนเพื่อกว้านซื้อสินทรัพย์ชั้นดีในประเทศของเรา

ยี่สิบปีของการปรับโครงสร้างไม่ได้นำมาซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือการลดความยากจน แต่กลับนำพาให้ชีวิตของประชาชนต้องประสบความลำเค็ญยิ่งขึ้น จากการที่คนส่วนใหญ่ถูกแปลกแยกจากบริการสาธารณะ การมีงานทำ และความมั่นคงด้านอาหาร การที่มาตรฐานแรงงานเสื่อมทรามลง มาตรการคุ้มครองคนจนและคนด้อยโอกาสที่ถูกรื้อทิ้งไป และการเกษตรและอุตสาหกรรมในท้องถิ่นถูกทำลาย

การปฏิบัติงานของสถาบันการเงินระหว่างประเทศได้บั่นทอนกระบวนการวางแผนในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ และบั่นทอนศักยภาพในการที่จะพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการของสถาบันเหล่านี้เป็นปรปักษ์กับทางเลือกต่าง ๆ ในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และภูมิภาค ที่จะเสริมสร้างเศรษฐกิจและสมรรถภาพของท้องถิ่นให้แข็งแกร่งเหนือโครงสร้างที่อ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก รัฐบาลของเราไม่ใช่ว่าจะไม่มีตำหนิในเรื่องนี้ เป็นเพราะรัฐบาลสมรู้ร่วมคิดด้วย สถาบันการเงินระหว่างประเทศจึงสามารถแปลงสถานภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นแหล่งหากินของบรรษัทข้ามชาติของโลกได้

3.องค์การการค้าโลก

องค์การการค้าโลกจะมีการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 5 ที่เมืองคานคูน ประเทศ
เม็กซิโก ในเดือนกันยายน 2546 การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งสำหรับกลุ่มคนรวยผู้ทรงอิทธิพลที่สนับสนุนการเปิดเสรีทางการค้า เนื่องจากพวกเขาวางแผนที่จะเปิดการเจรจาการค้ารอบใหม่ที่ครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถผนึกอำนาจขององค์การการค้าโลกกับกลุ่มผู้สนับสนุนการเปิดเสรีให้เป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้น

4.อัตลักษณ์ทางการเมืองและวัฒนธรรม

ลัทธิเสรีนิยมใหม่และระบบทุนนิยมโลกดำเนินควบคู่ไปกับการกีดกันทางการเมืองที่กระทำต่อกลุ่มชนชั้น กลุ่มชาติพันธุ์และผู้นับถือศาสนาบางกลุ่ม และเบียดบังแนวคิดด้านความสมานฉันท์ในสังคมเอเชียที่มีความหลากหลายสูง มีความจำเป็นที่จะต้องลงรากฐานความเป็นประชาธิปไตยให้หยั่งลึกมากกว่ากระบวนการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร และแนวคิดเกี่ยวกับรัฐชาติที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

5.อธิปไตยทางด้านอาหาร การเกษตร และการค้า

ลัทธิเสรีนิยมใหม่ปฏิเสธและยังคุกคามความมั่นคงด้านอาหารของคนจน และเพิ่มอำนาจควบคุมเหนือที่ดิน ความหลากหลายทางชีวภาพ เทคโนโลยีทางการเกษตร และการผลิตในภาคเกษตรกรรม ให้แก่บรรษัทธุรกิจเอกชน

ยุทธศาสตร์ที่จะเพิ่มพูนความมั่นคงด้านอาหาร จะต้องวางอยู่บนฐานของสิทธิของประชาชน และกรอบคิดด้านอธิปไตยทางด้านอาหาร ซึ่งหมายความรวมถึงสิทธิของประชาชนและ
ชุมชนที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับอาหารและการเกษตร สิทธิที่จะได้กินอาหารและผลิตอาหารเพื่อการบริโภคภายในท้องถิ่น และสิทธิของชุมชนเหนือที่ดินและทรัพยากรในการผลิตอื่น ๆ (รวมทั้งสิทธิเหนือเมล็ดพันธุ์ของตนเอง) โดยให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้หญิงที่จะเข้าถึงทรัพยากร โอกาส ความเสมอภาค และความยุติธรรม

6.แรงงานและสิทธิของคนงาน

การผสมผสานตรรกะของลัทธิเสรีนิยมใหม่ ระบบทุนนิยมโลก และตลาดเสรี ส่งผลให้ความมั่นคงด้านการมีงานทำลดลง มีการตกงานเพิ่มขึ้น และมาตรฐานแรงงานโดยรวมลดลง

ตรรกะนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดแรงงานแตกแยกกระจัดกระจาย และกระตุ้นให้ภาคการจ้างงานที่หลบซ่อนอยู่โดยมองไม่เห็นขยายใหญ่ขึ้น โดยปราศจากหลักประกันด้านสิทธิและการคุ้มครอง

7.สิทธิของประชาชนเหนือทรัพยากรธรรมชาติ

การพุ่งเป้าของการผลิตและการแลกเปลี่ยนในสังคมทั้งมวลไปสู่การค้าขายกันในตลาด และการเพิ่มการควบคุมสังคมโดยการทหาร ส่งผลให้อำนาจควบคุมทรัพยากรที่ดิน แร่ธาตุ และน้ำ อยู่ในมือของบรรษัทเอกชน และลดทอนความสามารถของประชาชนในท้องถิ่นที่จะใช้และจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นของตนทั้งที่เป็นผู้ดูแลทรัพยากรเหล่านี้มาหลายชั่วคนในอดีต

8.สื่อและการสื่อสาร

ลัทธิเสรีนิยมใหม่เพิ่มอำนาจผูกขาดให้แก่บรรษัทเอกชนในการควบคุมองค์กรและ
เนื้อหาของสื่อมวลชนต่าง ๆ การควบคุมดังกล่าวทำให้ข้อมูลกลายเป็นสินค้า และทำให้การทำข่าวอย่างรับผิดชอบและมีคุณภาพไม่สามารถเกิดขึ้นได้ สื่อมวลชนไม่ควรมีไว้ขาย สื่อและข้อมูลควรจะเป็นบริการสาธารณะที่จะเพิ่มพลังให้แก่ประชาชน การที่อำนาจอยู่ในมือของบรรษัทข้ามชาติ ทำให้ธุรกิจโฆษณาและการบันเทิงล้วนแต่เสนอมายาภาพสวรรค์ของผู้บริโภคเป็นหลัก เราต้องท้าทายและทำลายมายาภาพเหล่านี้

 

สู่เมืองไฮเดอราบาด อีกโลกหนึ่งเป็นไปได้

เมื่อการประชุมขบวนการทางสังคมยุติลง มิได้หมายความว่าความสมานฉันท์และความร่วมมือของพวกเรายุติลงด้วย พวกเราหลายคนเป็นสมาชิกของเครือข่ายและการเชื่อมโยงพันธมิตรต่าง ๆ อยู่แล้ว ซึ่งก็ได้รับการเสริมสร้างให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ด้วยการมาประชุมร่วมกันเป็นเวลา 3 วัน ทั้งยังมีการรวมตัวใหม่ ๆ ที่นี่เพื่อทำงานร่วมกันสู่เป้าหมายที่เราเห็นความสำคัญร่วมกัน เราจะพบปะกันต่อเนื่องต่อไปในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อที่จะบรรลุความมุ่งมั่นที่เราประกาศร่วมกันในการประชุมครั้งนี้

กิจกรรมสำคัญที่เราจะวางแผนเตรียมการในช่วงถัดไปนี้คือ การเข้าร่วมเวทีสังคมเอเชีย ที่เมืองไฮเดอราบาด ประเทศอินเดีย ในเดือนมกราคม 2546 เราจะระดมพลังการต่อสู้ของพวกเราไปร่วมกันแสดงออกที่ไฮเดอราบาด และเราจะชุมนุมกันใหม่ที่นั่นในจำนวนที่มากกว่าที่เคยพบกันมาก่อน เพื่อแสดงให้เห็นว่าอีกโลกหนึ่งเป็นไปได้

------------------------------------------