ที่ กปส. พิเศษ/ ๒๕๔๖

๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

เรื่อง ข้อห่วงใยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสังคมไทย

กราบเรียน ฯพณฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

คณะกรรมการวันสิทธิมนุษยชนสากล ประกอบด้วยองค์การพัฒนาเอกชน ที่ทำงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตยในประเทศไทย ปรากฏรายชื่อท้ายจดหมายนี้ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในรอบปีที่ผ่านมาและมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้น จึงขอกราบเรียนเสนอข้อคิดเห็นมายัง ฯพณฯ ในประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

๑. กรณีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนจากการทำสงครามยาเสพติด

๑.๑ รัฐบาลควรทำให้ปรากฏชัดเจน ในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากนโยบายปราบปรามยาเสพติดตั้งแต่ ๑ กุมภาพันธ์ ถึง ๓ ธันวาคม ๒๕๔๖ เพื่อขจัดข้อสงสัยของสังคมและนานาชาติ โดยการแถลงต่อสาธารณชนถึงคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงดังกล่าวจำแนกให้ชัดเจนว่า กรณีใดเป็นการวิสามัญฆาตกรรม กรณีใดเป็นการฆ่าตัดตอน กรณีใดเป็นการตายด้วยสาเหตุอื่น ๆ เพื่อให้ข้อมูลชัดเจนว่ามีผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตหรือไม่ เป็นจำนวนเท่าใด มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้เสียชีวิตเพราะเหตุใด เป็นจำนวนเท่าใด และจะต้องสอบสวนหาผู้กระทำให้เกิดการตายทุกกรณี มาดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม

๑.๒ รัฐบาลควรตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งจากบุคคลหลายฝ่าย ทั้งส่วนราชการ เช่น กระทรวงยุติธรรม องค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และองค์การพัฒนาเอกชน เพื่อตรวจสอบผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน จากการดำเนินนโยบายทำสงครามยาเสพติดและดำเนินการตามข้อ ๑.๑ เพื่อหามาตรการในการป้องกันมิให้เกิดผลกระทบดังกล่าวต่อไปและเพื่อให้การปราบปรามยาเสพติดมีผลสำเร็จที่ยั่งยืน

๒.มาตรการต่อนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน

๒.๑ เร่งดำเนินการติดตามสืบสวน สอบสวนหาผู้จ้างวาน ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน ที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนักต่อสู้สิทธิมนุษยชนในช่วง ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีที่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ เช่น กรณีนายสำเนา ศรีสงคราม

๒.๒รัฐบาลควรพิจารณาไม่ใช้มาตรการทางกฎหมายต่อประชาชนที่ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของกลุ่มตนโดยไม่ควรกลั่นแกล้งดำเนินการฟ้องร้องในคดีอาญา เพราะประชาชนเหล่านี้ถือเป็นผู้เสียหาย ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐบาลบ้าง เป็นผู้ไม่เห็นด้วยกับโครงการพัฒนาของนักธุรกิจทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นบ้าง ตรงกันข้ามรัฐบาลควรพิจารณาส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

๒.๓ รัฐบาลควรพิจารณาจัดตั้งหน่วยงานเพื่อดูแลและปกป้องนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน หรือสนับสนุนให้มีการดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าว โดยรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ

๓.รัฐบาลควรให้ความสนใจจัดตั้งสถาบันเพื่อการคุ้มครองของสิทธิของบุคคลในครอบครัวให้ปลอดจากการใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะเด็ก เยาวชนและสตรี โดยการมีส่วนร่วมของบุคคลและองค์กรทางสังคม เช่น การเร่งออกพระราชบัญญัติป้องกันความรุนแรงในครอบครัว

๔. รัฐบาลควรพิจารณาดำเนินการพัฒนาทางเศรษฐกิจให้มีความสมดุลกับการพัฒนาด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการสากลของสิทธิมนุษยชนที่ว่า สิทธิมนุษยชนเป็นองค์รวมที่แบ่งแยกจากกันไม่ได้ โดยต้องเคารพ ปกป้องและส่งเสริมสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง

องค์กรท้ายจดหมายนี้หวังว่า ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะดังกล่าว คงได้รับการพิจารณาโดยเร่งด่วนและขอขอบพระคุณ มา ณ โอกาสนี้

ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง

(นายบุญแทน ตันสุทพวีรวงศ์)

ในนามคณะกรรมการวันสิทธิมนุษยชนสากล

คณะกรรมการวันสิทธิมนุษยชนสากล

คณะกรรมการประสานงานองค์กรสิทธิมนุษยชน(กปส.)

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.)

ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติธรรม(สสธ.)

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า(กรพ.)

คณะกรรมการปฏิรูปสื่อ(คปส.)

แนวร่วมเพื่อความก้าวหน้าของผู้หญิง

มูลนิธิฟอรั่มเอเชีย(FORUM-ASIA)

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย(AI Thailand)